พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อม การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2569 โดยระบุว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณจราจรขาออกกรุงเทพฯ หนาแน่นมากที่สุดในวันเสาร์ที่ 11 เม.ย.69 ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณรถกว่า 718,000 คัน ส่วนขาเข้ากรุงเทพฯ คาดว่าจะมีปริมาณรถหนาแน่นมากที่สุดในวันพุธที่ 15 เม.ย.69 จำนวนกว่า 629,000 คัน

ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยจัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ทุกระดับ (ภาค/จังหวัด) โดยถือการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2569 เป็นภารกิจสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงระดับชาติ ซึ่งได้ตั้งเป้าหมายในการลดอุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ไม่น้อยกว่า 5% จากค่าเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง
รวมถึงการเพิ่มความเข้มในการบังคับใช้กฎหมาย 10 ข้อหาหลัก โดยเฉพาะขับรถเร็ว เมาแล้วขับ ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย และขับรถย้อนศร ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่ ตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจรและจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ในจุดเสี่ยง/เส้นทางเสี่ยง ในกรณีเมาแล้วขับ เมื่อเกิดอุบัติเหตุให้ตรวจแอลกอฮอล์และสารเสพติดทุกราย รวมทั้งให้ตรวจสอบประวัติการกระทำผิดซ้ำ และดำเนินคดีครบทุกข้อหา หากผู้กระทำผิดเป็นเด็กหรือเยาวชน ให้ขยายผลดำเนินคดีถึงผู้ขายสุรา บุคคลที่ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรด้วย
โดยมอบหมายให้กองบังคับการตำรวจทางหลวง เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการจัดการจราจรบนถนนทางหลวงสายหลัก โดยเฉพาะถนนมอเตอร์เวย์ สาย M6 และ M81 และให้ทุกกองบังคับการ/ตำรวจภูธรจังหวัด จัดกำลังสนับสนุนกองบังคับการตำรวจทางหลวง รวมทั้งบริหารจัดการทางเข้า-ทางออก และภายในสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่รับผิดชอบ เร่งระบายรถ พร้อมจัดชุดเคลือนที่เร็ว ประสานรถยก รถสไลด์ หน่วยกู้ภัย ให้มีความพร้อมสามารถติดต่อได้ เพื่อร่วมปฏิบัติในการแก้ไขปัญหารถติด อุบัติเหตุ รถเสีย และสิ่งกีดขวางได้ทันที
รวมถึงพิจารณาเปิดช่องทางพิเศษ (REVERSIBLE LANE) ตามความเหมาะสม และจัดระเบียบการจอดรถในจุดเสี่ยง สถานที่ท่องเที่ยว สถานีขนส่ง สถานที่จัดงานขนาดใหญ่ โดยให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนจัดการจราจรรองรับ จัดระบบบริการประชาชน เช่น ลานจอดรถ รถรับส่ง เส้นทางเลี่ยง ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปทราบล่วงหน้า รวมทั้งในพื้นที่จัดงานให้จัดช่องทางฉุกเฉินรองรับการขนส่ง ลำเลียง การเข้าพื้นที่ของรถตำรวจหรือรถกู้ชีพกู้ภัย
พร้อมกันนี้ ได้กำชับเตรียมความพร้อมก่อนเทศกาล ตรวจความพร้อมด้านกำลังพล อุปกรณ์ แก้ไขจุดเสี่ยง จุดอันตราย ถนนชำรุด และจุดตัดทางรถไฟ โดยประสานกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ ให้ปรับปรุงแก้ไขให้เสร็จสิ้นก่อนถึงเทศกาล รวมทั้งเตรียมเส้นทางเลี่ยง เส้นทางสำรอง และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ
"ขอให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ร่วมแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าที่สำคัญกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ และให้ผู้บังคับบัญชา รวมถึงผู้ปฏิบัติในทุกระดับ พึงระลึกถึงความเดือดร้อนของประชาชน จากสถานการณ์ด้านค่าครองชีพ ราคาน้ำมัน และปัญหาด้านเศรษฐกิจสังคม ซึ่งกระทบกับความรู้สึกของประชาชน ไปพร้อม ๆ กับการปฏิบัติหน้าที่ด้วย" พล.ต.อ.สำราญ กล่าว