คตร.ให้ก.พลังงานเร่งขอความร่วมมือโรงกลั่นนำส่งกำไรส่วนเกินส่งเข้ากองทุนน้ำมันช่วยลดภาระ

ข่าวเศรษฐกิจ Saturday April 4, 2026 13:20 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) ว่า ที่ประชุมฯ มีมติให้กระทรวงพลังงานไปเร่งขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการในธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน ให้มีการนำส่งกำไรส่วนเกินในกรณีพิเศษจากค่าการกลั่น ส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อเป็นการช่วยลดภาระให้ประชาชนในช่วงวิกฤติราคาน้ำมันแพง ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกันกับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เคยดำเนินการไปแล้วเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2565

นอกจากนี้ ได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานไปเร่งทำรายละเอียดตัวเลขต้นทุนและรายได้ที่แท้จริงของธุรกิจโรงกลั่นต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นฐานในการคำนวณว่าจะสามารถส่งผ่านกลไกความช่วยเหลือในครั้งนี้ไปยังราคาขายปลีกน้ำมัน เพื่อช่วยลดผลกระทบให้ประชาชนในทันที ก่อนนำเสนอให้ที่ประชุม ครม. พิจารณาภายในวันที่ 6 เม.ย. 2569

"ได้หารือกับผู้ประกอบการในธุรกิจโรงกลั่นแล้ว ได้ข้อสรุปในเบื้องต้นว่า ช่วงวิกฤติสงครามตะวันออกกลางได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกสูงขึ้นมาก ตรงนี้มีค่า War Premiun หรือราคาน้ำมันส่วนเกินที่บวกเพิ่มในราคาน้ำมันดิบจริง ซึ่งพบว่าจากสถานการณ์ครั้งนี้มีการบวกค่า War Premiun ทั้ง 2 ขา คือราคาน้ำมันดิบ และค่าการกลั่น ตัวนี้ทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นมากจากต้นทุนเดิมที่ก็สูงอยู่แล้ว ซึ่งข้อสรุปในการประชุมครั้งนี้ เชื่อว่าจะได้ตัวเลขที่แท้จริงทั้งหมดออกมา เราจะได้ข้อมูลที่ละเอียดเกี่ยวกับตัวเลขกำไรส่วนเกินนี้ ซึ่งจะนำมาใช้ส่งผ่านเพื่อช่วยเหลือประชาชนในปัจจุบันได้ในทันที ผ่านราคาหน้าปั๊มที่จะสามารถลดลงได้ทันที ซึ่งการดำเนินการในครั้งนี้ได้หารือในเชิงกฎหมายแล้ว ขั้นตอนระหว่างนี้ก็ต้องให้กระทรวงพลังงานไปเร่งเจรจากับโรงกลั่น หากผลเป็นประการใดก็จะมีการนำเสนอในที่ประชุม ครม. วันที่ 6 เม.ย. นี้" นายเอกนิติ ระบุ

ขณะเดียวกัน ที่ประชุม คตร. เห็นตรงกันว่า สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางนี้ยังไม่มีใครรู้จะว่าจะจบเมื่อไหร่ จึงมีข้อเสนอว่าจะให้มีการปรับใช้หลักในการนำส่งกำไรส่วนเกินกรณีพิเศษจากค่าการกลั่นนี้ ปรับใช้ในเดือน เม.ย. 2569 ด้วย รวมทั้งมีขอเสนอให้สามารถนำหลักการนี้พิจารณาปรับใช้เป็นเดือน ๆ ไปตามความเหมาะสม

ส่วนเรื่องภาษีลาภลอย (Windfall Tax) นั้น กระทรวงการคลังยังอยู่ระหว่างการศึกษา แต่ข้อมูลเบื้องต้น พบว่า ราคาน้ำมันมีทั้งขึ้นและลง ดังนั้นมองว่ากลไกในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่เร็วที่สุดในสถานการณ์นี้ คือ การนำกำไรส่วนเกินจากธุรกิจโรงกลั่นมาผ่านกลไกเพื่อส่งผ่าน ซึ่งสามารถทำได้ทันทีโดยไม่ต้องรอขั้นตอนของกฎหมาย

นายเอกนิติ ยังกล่าวถึงข้อศึกษารูปแบบการกำหนดเพดาน (Ceiling) และราคาต่ำสุด (Floor) สำหรับค่าการกลั่น (Gross Refining Margin : GRM) นั้น ได้มีการพิจารณาข้อดีข้อเสียในเบื้องต้นแล้วเพื่อหาแนวทางในการช่วยเหลือประชาชนได้ดีและเร็วที่สุด โดยได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานนำปศึกษาต่อ เพื่อนำมาใช้ในระยะต่อไป ซึ่งข้อมูลตัวเลขค่าการกลั่นที่เห็นล่าสุด อยู่ที่ 13 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นราคาเฉพาะบางวันเท่านั้น แต่ค่าเฉลี่ยในเดือน มี.ค. 2569 อยู่ที่ราว 7 บาทต่อลิตร เนื่องจากราคาน้ำมันมีการปรับขึ้น-ลง ดังนั้นประเด็นสำคัญ คือ จะต้องยืนยันตัวเลข GRM ที่แท้จริง จึงต้องไปดูในรายละเอียดต่อว่าต้นทุนที่ยังไม่รวมค่า War Premiun จึงเป็นเรื่องที่กระทรวงพลังงานต้องไปหารือกับโรงกลั่นต่อไป

ส่วนเรื่องค่าการตลาดนั้น ที่ประชุม คตร. ได้มีการพิจารณาอัตราที่เหมาะสม ซึ่งกระทรวงพลังงานได้มีผลการศึกษาไว้อยู่แล้ว ที่ระดับ 2.45 บาทต่อลิตร สำหรับทุกผลิตภัณฑ์น้ำมัน จึงได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานเอาหลักการนี้ไปใช้ในการดูแลค่าการตลาดไม่ให้สูงเกินระดับดังกล่าว เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกน้ำมันกับประชาชน

ด้านนายอรรถพล ฤกษ์พิบูล รมว.พลังงาน กล่าวว่า ได้มีการขอข้อมูลจากผู้ประกอบการโรงกลั่นทุกราย เพื่อดูว่าต้นทุนค่าการกลั่น และค่า War Premiun อยู่ที่เท่าไหร่ เบื้องต้นจะมีตัวเลขตร่าว ๆ ออกมา ก็ต้องเอาไปศึกษาและตรวจสอบเพิ่มว่าการกลั่น และค่า War Premiun ที่แคบที่สุดอยู่ที่เท่าไหร่ แต่ต้องยอมรรับว่าอาจจะยังสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ผ่านมา ตรงนี้น่าจะเป็นส่วนเพิ่มจากต้นทุนค่าการกลั่นปกติ ก็จะมีการนำข้อมูลที่ได้จากการตรวจสอบไปดำเนินการเจรจากับโรงกลั่นต่อไป เพื่อเอาส่วนต่างมาช่วยเหลือในการลดราคาขายปลีกน้ำมันให้กับประชาชน

อย่างไรก็ดี ต้องยอมรับว่าในภาวะที่ไม่ปกติ จะเกิดใน 2 ประเด็น คือ ผลต่างราคาสูงกว่าปกติ หรือที่มองว่าค่าการกลั่นสูงกว่าปกตินั่นเอง แต่ในภาวะที่ไม่ปกตินี้ ก็มีความไม่ปกติด้านต้นทุนด้วย จึงต้องดำเนินการอย่างยุติธรรมกับทุกฝ่าย ต้องพิจารณาจากมุมมองทั้ง 2 ฝั่ง เมื่อมีการพิจารณาต้นทุนแท้จริง กับค่า War Preminu แล้ว ก็จะทำให้ราคา 7.30 บาทแคบลบ แต่ไม่ได้แคบเท่าภาวะปกติแน่นอน โดยเชื่อว่าค่าการกลั่นก็จะยังสูงกว่าช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยทั้งหมดจะเร่งสรุปข้อมูลเพื่อนำเสนอ ครม. ทันที

"ถ้าใช้สูตรของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ปกติ จะพูดค่าเฉลี่ยการกลั่นในเดือน มี.ค. ซึ่งผลต่างค่าการกลั่นออกมาที่ 7.30 บาทต่อลิตร เมื่อกลับไปดูค่าเฉลี่ย 5 ปีว่าค่าการกลั่นใช้สูตรปกติอยู่เท่าไหร่ ก็ได้ตัวเลขมาตัวเลขหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่ามันต่ำกว่า 7 บาทต่อลิตรอยู่แล้ว แต่ในสถานการณ์ที่ไม่ปกตินี้ ในฝั่งต้นทุนการนำเข้าน้ำมันดิบมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เรียกว่า War Premiun เข้ามา ซึ่งสูตรปกติของ สนพ. ไม่ได้บวกให้ ตรงนี้ก็จะต้องให้โรงกลั่นสำแดงราคาต้นทุน (Declare) มา เมื่อนำข้อมูลไปตรวจสอบก็จะพบว่า 7.30 บาทต่อลิตรจะแคบลง แต่ก็จะไม่แคบเท่าช่วงปกติ โดยจะมีการนำผลต่างที่ได้นี้มาดำเนินการช่วยเหลือประชาชนต่อไป" รมว.พลังงาน กล่าว

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ