นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้ที่ระดับ 31.99 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจาก ช่วงเช้าที่เปิดตลาด 32.04 บาท/ดอลลาร์
ระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 31.86 - 32.03 บาท/ดอลลาร์ โดยที่ระดับ 31.86 บาท/ดอลลาร์ ถือเป็นการ แข็งค่าสุดในรอบ 1 เดือน และวันนี้เงินบาทแข็งค่ามากสุดในภูมิภาค
"ภาพรวมวันนี้ เงินบาทแข็งค่าสุดในภูมิภาค หลังจากที่เป็นวันหยุดยาวช่วงสงกรานต์ของไทย" นักบริหารเงิน ระบุส่วนคืนนี้ ตลาดรอติดตามรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
ทั้งนี้ ตลาดยังคาดหวังว่าสงครามในตะวันออกกลางจะลดระดับความรุนแรงลง จับตาการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐ- อิหร่านรอบใหม่ หลังจากที่การเจรจาในรอบแรกที่ปากีสถานไม่มีข้อตกลงใด ๆ ออกมา ซึ่งข้อตกลงเดิมในการหยุดยิงจะสิ้นสุดในวันที่ 21 เม.ย.นี้
นักบริหารเงิน คาดพรุ่งนี้ เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 31.85 - 32.10 บาท/ดอลลาร์
- ปัจจัยสำคัญ
- เงินเยน อยู่ที่ระดับ 159.04 เยน/ดอลลาร์ จากปิดวันก่อนที่ระดับ 158.73 เยน/ดอลลาร์
- เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1770 ดอลลาร์/ยูโร จากปิดวันก่อนที่ระดับ 1.1800 ดอลลาร์/ยูโร
- ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,489.73 จุด ลดลง 17.11 จุด (-1.14%) มูลค่าการซื้อขาย 81,680.39 ล้านบาท
- สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 3,170.04 ลบ.(SET+MAI)
- กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่า จะมีอย่างน้อย 12 ประเทศ ที่ขอเข้าร่วมโครงการเงินกู้รอบใหม่
- รัฐมนตรีคลังของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ (G7) ประชุมกันที่ กรุงวอชิงตัน เพื่อหารือเกี่ยวกับผลกระทบ
- กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า การถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ของนักลงทุนต่างชาติในเดือนก.พ.69 เพิ่มขึ้น
- สำนักงานสถิติแห่งยุโรป (Eurostat) เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อของกลุ่มยูโรโซนประจำเดือนมี.ค. พุ่งขึ้นไปแตะระดับ
- สำนักงานสถิติแห่งชาติ (ONS) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจของสหราชอาณาจักร (UK) ขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงหลาย
- เอสแอนด์พี โกลบอล เรทติ้งส์ เปิดเผยในรายงานล่าสุดว่า อันดับความน่าเชื่อถือของประเทศในกลุ่มในเอเชียตะวันออก
- สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีนในไตรมาส 1/2569
ขยายตัว 5% เมื่อเทียบเป็นรายปี เนื่องจากการส่งออกที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ได้ช่วยชดเชยอุปสงค์ภายในประเทศที่ซบเซาลง นอกจาก
นี้ GDP ของจีนยังคงทำผลงานได้ดี แม้จะมีวิกฤตด้านพลังงานอันเนื่องมาจากสงครามสหรัฐ-อิหร่าน