นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี นายกสมาคมสมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรี (สทช.) เปิดเผยว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวในพื้นที่ ยังได้รับแรงหนุนจากนักท่องเที่ยวชาวไทย ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ในช่วงที่เหลือของปีจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ โดยหันมาให้ความสำคัญกับตลาดนักท่องเที่ยวระยะใกล้ (Short-haul) มากขึ้น เพื่อทดแทนตลาดระยะไกล (Long-haul) ที่ชะลอตัวจากผลกระทบความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลต่อราคาตั๋วเครื่องบินปรับสูงถึง 2-3 เท่า และกระทบต่อการตัดสินใจในการเดินทาง โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่

- ตลาดจีน ที่เริ่มฟื้นตัว และมีศักยภาพสูงในช่วงเทศกาล
- ตลาดอินเดีย ที่มีการเติบโตต่อเนื่อง และมีเสถียรภาพ
- ตลาดไต้หวัน เกาหลี และมาเลเซีย ซึ่งยังคงเป็นฐานนักท่องเที่ยวสำคัญของไทย
นายธเนศ กล่าวว่า ความท้าทายยังคงอยู่ที่ต้นทุนการเดินทาง โดยเฉพาะราคาตั๋วเครื่องบินที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วน เลือกเดินทางภายในประเทศของตนเองแทน ดังนั้น เพื่อบรรเทาผลกระทบและรักษาระดับรายได้จากการท่องเที่ยว จึงเสนอให้ภาครัฐเร่งออกมาตรการ ดังนี้

1. กระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ผ่านมาตรการร่วมจ่าย เช่น "เที่ยวไทยคนละครึ่ง" เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวไทย รวมถึงการส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชน จัดประชุมสัมมนานอกสถานที่ โดยมองว่าตลาดนักท่องเที่ยวไทย จะเป็นกลไกสำคัญในการพยุงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในช่วงที่ตลาดต่างชาติยังมีความไม่แน่นอนสูง
2. ส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ เช่น นโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้าในอัตราที่เหมาะสม พร้อมพิจารณาให้สามารถนำค่าใช้จ่ายด้านการเดินทาง หรือค่าน้ำมัน มาลดหย่อนภาษีได้ในอัตราจูงใจ
3. พัฒนาและเชื่อมโยงระบบขนส่งทางราง และขนส่งสาธารณะ เพื่อช่วยลดต้นทุนการเดินทาง และเพิ่มทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยว

4. วางรากฐานลดต้นทุนระยะยาวของผู้ประกอบการท่องเที่ยว ผ่านการสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ หรือ 0% สำหรับการลงทุนด้านพลังงานสะอาด เช่น โซลาร์เซลล์ รถยนต์ไฟฟ้า และสถานีชาร์จ เพื่อลดการพึ่งพาพลังงาน รองรับการท่องเที่ยวยั่งยืน และเสริมความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม
สำหรับช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา อัตราการเข้าพักโรงแรมของนักท่องเที่ยว อยู่ที่ประมาณ 80-90% ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีอัตราเข้าพักเต็ม 100% โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากยุโรป ที่ลดลง 5-15% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเส้นทางบินที่เชื่อมต่อผ่านตะวันออกกลาง ซึ่งถูกยกเลิกบางส่วน และราคาตั๋วที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าหากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางยืดเยื้อ อาจกระทบรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งปีนี้ให้ลดลงถึง 30-40%
ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า ในช่วงเดือนม.ค.-ก.พ. 69 จังหวัดชลบุรี มีสัดส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทย 54% และต่างชาติ 46% อย่างไรก็ตาม รายได้หลัก ยังคงพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีการใช้จ่ายเฉลี่ยสูงกว่า โดยอยู่ที่ประมาณ 4,000-5,000 บาท/คน/วัน เทียบกับนักท่องเที่ยวไทยที่ใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 3,000 บาท/คน/วัน
- KTC ชี้พฤติกรรมเปลี่ยน คนไทยเที่ยวในประเทศมากขึ้น
ข้อมูลจาก บมจ. บัตรกรุงไทย (KTC) ระบุว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ (11-15 เม.ย. 69) พฤติกรรมการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวในประเทศยังคงเติบโต โดยหมวดที่พักโรงแรม เพิ่มขึ้น 7% และหมวดร้านอาหาร เพิ่มขึ้น 12% ทั้งนี้ จังหวัดชลบุรีเป็นพื้นที่ที่มียอดการใช้จ่ายสูงสุดเป็นอันดับแรก โดยหมวดที่พักและร้านอาหารเติบโต 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
น.ส.วริษฐา พัฒนรัชต์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต KTC กล่าวว่า ภายใต้ต้นทุนการเดินทางที่ปรับตัวสูงขึ้น ผู้บริโภคมีแนวโน้มเลือกจุดหมายปลายทางที่สามารถบริหารงบประมาณได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในประเทศ และการเดินทางแบบขับรถ (Drive Tourism) ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น และควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีกว่า
ทั้งนี้ เพื่อรองรับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป KTC ได้ร่วมมือกับพันธมิตรกว่า 100 แห่ง ออกแบบประสบการณ์การท่องเที่ยวในประเทศที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งที่พัก ร้านอาหาร และกิจกรรมท่องเที่ยว อาทิ ความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และเครือข่ายวัฒนธรรมอาหารประเทศไทย (Thailand Gastronomy Network) กับแคมเปญ "Eat the East" ที่ส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวภาคตะวันออกผ่านเส้นทางขับรถ ควบคู่กับการเชื่อมโยงประสบการณ์ด้านอาหาร และวัฒนธรรมท้องถิ่น รวมถึงแคมเปญ "Central Rhythm" และ "60+ Stay Free" ที่ตอบรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการเดินทางแบบครอบครัวหลายช่วงวัย