นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ทีมงานเร่งศึกษารายละเอียดในการจัดทำโครงการ "รถเก่าแลกรถใหม่" ซึ่งเป็นไปตามนโยบายรัฐบาล เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านมาใช้ยานยนต์เพื่อลดมลพิษ และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจสีเขียว โดยคาดว่าจะสามารถสรุปรายละเอียดเบื้องต้นเพื่อเสนอให้นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง พิจารณาได้ภายในกลางเดือน พ.ค.69 ซึ่งหากฝ่ายนโยบายมีความเห็นอย่างไร ก็จะรับมาเพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า เงื่อนไขเบื้องต้นที่จะต้องพิจารณา คือ ความสามารถในการผลิตของค่ายรถยนต์ จากที่ก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้มีโครงการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งค่ายรถที่เข้าร่วมโครงการได้มีการผลิตรถยนต์เพื่อชดเชยให้ตามเงื่อนไขโครงการไปบางส่วนแล้ว ดังนั้น หลังจากนี้ก็ต้องมาพิจารณาถึงความสามารถในการผลิตส่วนที่เหลือเป็นอย่างไร รวมถึงต้องพิจารณาปริมาณรถเป้าหมาย หรือรถใหม่ที่จะเข้าร่วมโครงการ เพื่อนำมาคำนวณจำนวนรถยนต์ที่เหมาะสมในการเข้าร่วมโครงการว่าควรเป็นเท่าไร
อีกทั้งต้องพิจารณาลักษณะของรถเป้าหมายว่าจะเป็นแบบใด ซึ่งเบื้องต้นได้รับมอบนโยบายว่าต้องเป็นรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า หรือรถยนต์ EV และรถยนต์ไฮบริด เป็นหลักก่อน ทั้งนี้ เพื่อลดการใช้น้ำมัน และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ส่วนความชัดเจนในเรื่องของปริมาณรถ, ราคารถ, ขนาดแบตเตอรี่ และซากรถเก่าในโครงการจะทำอย่างไร และเงื่อนไขโครงการจะมีอะไรบ้างนั้น ขณะนี้กรมฯ ยังอยู่ระหว่างศึกษารายละเอียด โดยข้อสรุปทั้งหมดจะต้องออกมาว่าโครงการนี้จะไม่ก่อให้เกิดการได้เปรียบ เสียเปรียบซึ่งกันและกัน
"กรมฯ พยายามศึกษาและทำให้เร็วที่สุด ตามนโยบายรัฐบาลที่ได้แถลงนโยบายไปแล้ว ซึ่งกระทรวงการคลัง ได้มอบหมายให้กรมสรรพสามิตไปเร่งศึกษาเรื่องนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ กรมฯ ได้ศึกษาไว้อยู่แล้ว ก็ถือว่าเรามีต้นทุนอยู่แล้วส่วนหนึ่ง ดังนั้น หลังจากนี้ก็จะรีบดำเนินการต่อไป โดยตอนนี้ทีมได้มีการเข้าไปหารือกับผู้ประกอบการ และสมาคมที่เกี่ยวข้องแล้ว กระบวนการทั้งหมด อยู่ระหว่างดำเนินการ" อธิบดีกรมสรรพสามิต ระบุ