นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเครือข่ายชาวสวนปาล์มน้ำมัน และลานเทภาคใต้ ยื่นหนังสือเพื่อเรียกร้องให้แก้ปัญหาราคาผลปาล์มตกต่ำ ว่า เกษตรกรต้องการให้ภาครัฐ บริหารจัดการสมดุลการใช้น้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ในประเทศ ทั้งภาคการบริโภค และภาคพลังงาน รวมถึงการส่งออก เพื่อไม่ให้กระทบต่อราคาผลปาล์มของเกษตรกร โดยเฉพาะการใช้ภาคพลังงาน ที่รัฐมีนโยบายเพิ่มสัดส่วนการนำ CPO ไปผลิตเป็น B7 และ B20 มากขึ้น ทำให้มีการใช้เพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ 110,000 ตัน จากเดิม 70,000 ตัน จึงต้องการให้เพิ่มสถานีบริการน้ำมันที่จำหน่ายน้ำมันทั้ง 2 ชนิดให้มากขึ้นด้วย
ทั้งนี้ จากข้อมูลของกระทรวงพลังงาน พบว่า ปัจจุบันมีสถานีบริการน้ำมัน ที่จำหน่ายน้ำมัน B7 และ B20 ประมาณ 100 แห่ง แต่จะเพิ่มเป็น 200 แห่งภายในเดือนเม.ย.นี้ ซึ่งน่าจะทำให้ราคาผลปาล์มขยับขึ้นได้
ขณะเดียวกัน จะกำกับดูแลภาคส่วนอื่น ๆ ไม่ให้มีการบิดเบือนราคารับซื้อผลปาล์ม หรือเอาเปรียบเกษตรกร เพราะปีนี้ผลผลิตปาล์มน้ำมันไทยลดลงจากปีก่อนมาก แต่ราคาผลผลิตที่เกษตรกรได้รับกลับลดลง โดยล่าสุด เหลือกิโลกรัม (กก.) ละ 6.60-7.20 บาท
อย่างไรก็ดี ขอฝากให้ผู้รับซื้อผลปาล์ม เช่น โรงสกัดน้ำมันปาล์ม รับซื้อผลผลิตของเกษตรกรให้มากขึ้น เพราะมีการใช้ในภาคพลังงานมากขึ้นแล้ว และขอให้ซื้อในราคาที่เป็นธรรม ตามคุณภาพของผลปาล์มด้วย โดยไม่บิดเบือนราคา
"เกษตรกรมีความกังวลเรื่องการบิดเบือนกลไกราคา ตอนนี้ ราคารับซื้อผลปาล์มลดลงรายวัน ครั้งละ 0.40-0.50 บาท/กก. แต่เวลาราคาขึ้น กลับขึ้นน้อยว่า 0.10-0.20 บาท/กก. แต่ต้องยอมรับด้วยว่า ราคาแต่ละพื้นที่ไม่เท่ากัน ซึ่งกรมฯ เคยทำหนังสือแจ้งไปยังคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กจร.) ที่เป็นแหล่งผลิตปาล์ม ให้ช่วยตรวจสอบตลอดห่วงโซ่ของปาล์มว่าเกิดอะไรขึ้น มีการบิดเบือนกลไกราคาช่วงไหน ผลปาล์มของเกษตรกรมีคุณภาพดี เปอร์เซ็นต์น้ำมัน 18% ตามมาตรฐาน แต่ทำไมซื้อราคาเท่านี้ ซึ่งจะเร่งรัดให้ กจร.ตรวจสอบด้วย" อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าว
ส่วนกรณีที่เกษตรกรมองว่ามาตรการขออนุญาตส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ เป็นการทำให้ราคาผลปาล์มในประเทศตกต่ำนั้น นายวิทยากร ชี้แจงว่า มาตรการนี้ไม่ได้เป็นการปิดกั้นการส่งออก แต่ทำให้กรมฯ มีข้อมูลที่ใช้ติดตามสถานการณ์การผลิต การใช้ ปริมาณ ราคา CPO และผลปาล์มในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และนำมาใช้บริหารจัดการเพื่อสร้างสมดุลของการใช้ในประเทศ ทั้งด้านบริโภค และด้านพลังงาน รวมถึงบริหารจัดการการส่งออกได้
ด้านนายเกรียงไกร นาคสุวรรณ ชาวสวนปาล์มน้ำมัน จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า เกษตรกรขายผลผลิตได้ในราคาลดลงแบบรายวัน ที่ อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เหลือกก. ละ 6.60 บาท ซึ่งลดลงอย่างต่อเนื่อง และไม่สอดคล้องกับราคา CPO และคุณภาพของผลปาล์ม โดย ณ วันที่ 16 เม.ย. 69 ราคา CPO กก. ละ 40.13 บาท แต่ราคาผลปาล์ม เปอร์เซ็นต์น้ำมัน 22% จากมาตรฐาน 18% เหลือเพียงกก. ละ 6.60 บาท ทั้ง ๆ ที่ควรขายได้ไม่ต่ำกว่า กก. ละ 7.70 บาท
"นอกจากนี้ เกษตรกรยังไม่ได้รับความเป็นธรรม จากกรณีที่ผู้ซื้อไม่ซื้อน้ำมันเมล็ดในของปาล์ม (PKO) และกะลาเหมือนมาเลเซีย ทำให้เกษตรกรสูญเสียรายได้ที่ควรจะได้รับ ซึ่งประเด็นนี้ เกษตรกรได้ยื่นฟ้องร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 5 หน่วยงานต่อศาลปกครอง และหนึ่งในนั้น คือกรมการค้าภายใน เพราะไม่ใช้อำนาจตามกฎหมายกำกับดูแลการซื้อปาล์มให้เป็นธรรม จนเกิดความเสียหายต่อเกษตรกร" นายวิทยากร กล่าว