พาณิชย์ คุมสมดุล "หมู-ไก่-ไข่" รักษาเสถียรภาพราคา ท่ามกลางดีมานด์ชะลอตัว

ข่าวเศรษฐกิจ Friday April 24, 2026 11:35 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

พาณิชย์ คุมสมดุล

นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้หารือร่วมกับองค์กรเกษตรกรผู้เลี้ยงหมู ไก่เนื้อ และไก่ไข่ รวมถึงผู้แทนผู้ประกอบการรายใหญ่ เพื่อติดตามสถานการณ์การผลิตและการค้าสินค้าเนื้อหมู เนื้อไก่ และไข่ไก่ พร้อมหารือแนวทางบริหารจัดการด้านราคาให้เกิดความสมดุล ไม่เป็นภาระต่อผู้ผลิต และไม่กระทบต่อผู้บริโภคในสถานการณ์ปัจจุบัน

ทั้งนี้ จากการติดตามพบว่า สภาพอากาศที่ร้อนในปัจจุบัน ยังคงส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของสัตว์ แม้ผลผลิตจะออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากสัตว์กินอาหารลดลง ทำให้มีการเติบโตช้ากว่าปกติ และมีผลผลิตที่ไม่ตรงตามมาตรฐานเดิม แต่จากปัจจุบันที่สภาวะการค้าที่เริ่มชะลอตัวหลังสงกรานต์ จากความต้องการบริโภคที่ลดลง ส่งผลให้ราคาสินค้าทั้งไข่ไก่ และสุกร ยังคงทรงตัวอย่างต่อเนื่อง ส่วนไก่เนื้อมีแนวโน้มที่จะมีการปรับลดลงจากผลผลิตที่เข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้นกว่าช่วงก่อนหน้า

นายจิรวุฒิ กล่าวว่า กรมฯ ได้มีการหารือมาตรการช่วยเหลือผู้บริโภค โดยกรมฯ ได้มีการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาประหยัด ผ่านงานธงฟ้าราคาประหยัด ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงภูมิภาค เพื่อเป็นช่องทางในการบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนผู้บริโภค และกรมฯ จะติดตามสถานการณ์สินค้าอุปโภคบริโภคอย่างใกล้ชิด โดยจะมีการหารือองค์กรเกษตรกร และผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง เพื่อกำกับดูแลให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกภาคส่วน และประเมินแนวทางในการบริหารจัดการด้านราคาให้เกิดความเหมาะสม ไม่ให้เป็นภาระแก่เกษตรกร และกระทบต่อประชาชนผู้บริโภค

ทั้งนี้ กรมฯ ได้มีการกำกับดูแลและติดตามสถานการณ์ราคาเนื้อหมู เนื้อไก่ และไข่ไก่ อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด เพื่อไม่ให้มีการเอาเปรียบผู้บริโภค หากพบผู้ค้ารายใด มีพฤติกรรมจำหน่ายเนื้อหมู เนื้อไก่ และไข่ไก่ในราคาสูงเกินสมควร สามารถร้องเรียนได้ที่ สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หากพบการกระทำผิด จะมีความผิดตามมาตรา 29 พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 มีโทษปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

ด้าน นายเกียรติภูมิ พฤกษะวัน ผู้แทนสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวว่า ราคาหมูมีชีวิตหน้าฟาร์ม ปัจจุบันราคาทรงตัวอยู่ในช่วง 68 - 70 บาท/กก. ซึ่งทรงตัวมาตั้งแต่ช่วงก่อนสงกรานต์ โดยราคายังคงใกล้เคียงกับต้นทุนการผลิตในปัจจุบัน ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 70 บาท/กก. ขณะเดียวกัน แม้ความต้องการบริโภคเพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ แต่จากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลให้การค้าและการบริโภคชะลอตัว จึงคาดว่าแนวโน้มราคายังจะทรงตัวต่อเนื่อง จึงขอให้ภาครัฐช่วยกำกับดูแลการรับซื้อสุกรให้เป็นธรรม ไม่ให้เกษตรกรถูกเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง

นายสมบูรณ์ วัชรพงษ์พันธ์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่เนื้อ กล่าวในที่ประชุมว่า ปัจจุบันปริมาณผลผลิตเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง หลังเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อชดเชยความสูญเสียจากผลกระทบของสภาพอากาศร้อนในช่วงก่อนหน้า แม้มีความต้องการบริโภคเพิ่มขึ้นในช่วงสงกรานต์ แต่ขณะนี้เริ่มชะลอตัวลง ส่งผลให้ราคาปัจจุบันใกล้เคียงต้นทุน และราคามีแนวโน้มทรงตัว หรือปรับลดลงเล็กน้อยในระยะต่อไป

ขณะที่ นางพเยาว์ อริกุล นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง กล่าวว่า สภาพอากาศที่ร้อนจัด ทำให้ปัจจุบันไข่ไก่ขนาดเล็กออกสู่ตลาดมาก ประกอบกับต้นทุนช่วงหน้าร้อนที่เพิ่มขึ้นกว่าช่วงปกติ ทำให้เกษตรกรต้องรับภาระเพิ่มขึ้น แม้ราคาไข่ไก่จะมีการประกาศราคาแนะนำอยู่ที่ 3.60 บาท/ฟอง แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันที่ภาวะการค้าชะลอตัว ทำให้ราคาเริ่มปรับลดลงในบางพื้นที่

ในส่วนของผู้แทนผู้ประกอบการรายใหญ่ ได้แก่ นายเกียรติโชติ เหมือนสิงห์ ผู้แทนบมจ.เบทาโกร (BTG) , นายสมรักษ์ จองสุวรรณ ผู้แทน บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) และนายธนาวุฑ เอื้อละพันธ์ ผู้แทนบริษัท อัครา กรุ๊ป จำกัด ได้มีข้อกังวลเพิ่มเติมในประเด็นเรื่องวัตถุดิบอาหารสัตว์ ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของสินค้าภาคปศุสัตว์ ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง กดดันให้วัตถุดิบบางตัวได้รับผลกระทบ ทำให้มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นได้ในช่วงระยะถัดไป ซึ่งทำให้ต้นทุนภาพรวมของสินค้าหมวดปศุสัตว์ปรับตัวสูงขึ้นได้ในอนาคต

สำหรับรายชื่อองค์กรเกษตรกรผู้เลี้ยงหมู ไก่เนื้อ และไก่ไข่ ที่เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ ได้แก่ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ, สมาคมผู้เลี้ยงไก่เนื้อ, สมาคมผู้ผลิตไก่เนื้อเพื่อการส่งออก, สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่, สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้, สมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง, สมาคมผู้ผลิตผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ และเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว ชลบุรี ลุ่มแม่น้ำน้อย และเชียงใหม่-ลำพูน รวมถึงผู้ประกอบการรายใหญ่ ได้แก่ CPF, BTG, บมจ.ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป (TFG), บริษัท สหฟาร์ม จำกัด, บริษัท คาร์กิลล์มีทส์ (ไทยแลนด์) จำกัด, อัครากรุ๊ป, บริษัท วี.ซี.เอฟ. กรุ๊ปจำกัด และบริษัท เอส พี เอ็ม อาหารสัตว์ จำกัด


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ