"ศุภจี" เอาจริง! ยกระดับปราบนอมินีขั้นสุด จ่อเซ็น MOU 21 หน่วยงาน ลุยสกัดตั้งแต่ต้นทาง

ข่าวเศรษฐกิจ Sunday April 26, 2026 16:50 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

รมว.พาณิชย์ สั่งการ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เร่งปราบปรามธุรกิจนอมินีเชิงรุก ภายใต้นโยบาย Quick Big Win เน้นสกัดตั้งแต่ขั้นตอนจดทะเบียน ควบคู่กับการตรวจสอบเชิงลึกและบูรณาการข้อมูลกับหน่วยงานหลักด้านการปราบนอมินี ส่งผลให้นิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงกระทำผิดลดลงจากปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญง 75% จากปีก่อน เดินหน้าขยายผล จ่อเซ็น MOU 21 หน่วยงานทั่ว 29 เม.ย.นี้

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เร่งดำเนินงานป้องกันและปราบปรามธุรกิจนอมินี ตามนโยบาย Quick Big Win เพื่อสกัดกั้นการใช้คนไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ (นอมินี) และป้องกันการนำนิติบุคคลไปใช้ในทางมิชอบ อาทิ การฟอกเงิน และการประกอบธุรกิจที่ผิดกฎหมาย เป็นต้น

ที่ผ่านมา กรมฯ ได้เร่งบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร คัดกรองนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่มีคนต่างด้าวร่วมถือหุ้น การลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึก รวมถึงการเพิ่มมาตรการตรวจสอบ 5 คำสั่ง 2 ประกาศ สำหรับกลุ่มเสี่ยงที่ใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) ก่อนการรับจดทะเบียนนิติบุคคล ซึ่งหลังจากที่กรมฯ ได้บังคับใช้คำสั่งให้กลุ่มเสี่ยงต้องส่งหลักฐานทางการเงินเพิ่มเติม ตั้งแต่ 1 ม.ค. 69 ส่งผลให้ไตรมาสแรกของปี 2569 (1 ม.ค. - 31 มี.ค. 69) พบการจัดตั้งบริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินีลดลงอย่างก้าวกระโดดถึง 60% (พบบริษัทกลุ่มเสี่ยง 1,373 บริษัท) เมื่อเทียบกับสถิติช่วงเดียวกันของปี 2568 (3,511 บริษัท)

ทั้งนี้ กรมฯ ยังได้เพิ่มมาตรการยืนยันการลงทุน และบังคับใช้เมื่อ 1 เม.ย. 69 ส่งผลให้ช่วง 1 เม.ย. - 23 เม.ย. 69 พบบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลงถึง 75% (175 บริษัท) เมื่อเทียบกับสถิติช่วงเดียวกันของปี 2568 (658 บริษัท) สะท้อนให้เห็นว่ามาตรการต่างๆ ที่กรมฯ ได้ออกมาก่อนหน้านี้ช่วยป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดในธุรกิจนอมินีได้จริง และเห็นผลเป็นรูปธรรม

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.68 - 23 เม.ย.69 กรมฯ และหน่วยงานพันธมิตร ได้ดำเนินการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดธุรกิจใน 3 ด้าน คือ

1. ดำเนินการเร่งด่วนตามนโยบาย Quick Big Win เพื่อแก้ไขปัญหานอมินี โดยตรวจสอบนิติบุคคลไทยที่มีคนต่างด้าวร่วมถือหุ้นที่อาจมีลักษณะนอมินี พร้อมกับนำส่งข้อมูลให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จำนวน 11 ราย ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับนิติบุคคลกว่า 300 ราย โดยเป็นธุรกิจที่อยู่ในกลุ่มเหล็ก สำนักงานบัญชี/ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจขนส่ง ตรวจพบในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ สุราษฎร์ธานี ชลบุรี กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล

2. การลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึกกลุ่มเสี่ยงใน 27 พื้นที่ 10 จังหวัด อาทิ เช่น ธุรกิจท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ โลจิสติกส์ และล้งมะพร้าว และส่งต่อข้อมูลนิติบุคคลที่เข้าข่ายนอมินี ไปยัง 9 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบเชิงลึกและดำเนินคดีทางกฎหมายให้ถึงที่สุด อาทิ

- สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จำนวน 534 ราย ตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ถือหุ้นคนไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนิติบุคคลที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายเป็นนอมินี

- กรมสรรพากร จำนวน 6,709 ราย เพื่อตรวจสอบบัญชี และงบการเงินของนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง

- สำนักงานประกันสังคม จำนวน 137 ราย เพื่อตรวจสอบผู้ประกันตน หรือลูกจ้างของสำนักงานบัญชีที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย

- กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) จำนวน 117 ราย เพื่อตรวจสอบนิติบุคคลที่เข้าข่ายกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ประกอบด้วย สำนักงานบัญชี 92 ราย ล้งมะพร้าวนิติบุคคล 15 ราย และบุคคลธรรมดา 10 ราย

- กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จำนวน 25 ราย

- สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า จำนวน 15 ราย

3. การตรวจสอบนิติบุคคลต่างด้าวที่อาจประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือฝ่าฝืน พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 พบมีธุรกิจต่างด้าวที่เข้าข่ายการประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต จำนวน 4,372 ราย ประกอบไปด้วย ธุรกิจบัญชี 1 ซึ่งต้องห้ามมิให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยเด็ดขาด จำนวน 256 ราย ธุรกิจบัญชี 2 และธุรกิจบัญชี 3 ที่ต้องได้รับอนุญาตก่อนจึงจะประกอบธุรกิจได้ จำนวน 4,116 ราย

ทั้งนี้ กรมฯ จะรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน เพื่อตรวจสอบเชิงลึกต่อไป หากพบว่าประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวจริง จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายโดยเด็ดขาด

นายพูนพงษ์ กล่าวด้วยว่า รมว.พาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เร่งเดินหน้าป้องกันและปราบปรามธุรกิจนอมินีอย่างจริงจัง โดยมีกำหนดจะลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) ร่วมกัน 21 หน่วยงาน ในวันพุธที่ 29 เม.ย.69 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

ทั้งนี้ เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดโดยการใช้คนไทยเป็นนอมินี สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน และนานาชาติ ในการปราบปรามผู้กระทำความผิดอย่างจริงจัง รวมทั้งบูรณาการความร่วมมือ เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานด้านการป้องกันและปราบปรามการนอมินี ประกอบกับบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

"ขอย้ำว่า จะเดินหน้ามาตรการสกัดนอมินีตั้งแต่ต้นทาง ปิดประตูตั้งแต่หน้าบ้าน ป้องกันไม่ให้นอมินีเล็ดรอดเข้ามาได้ ควบคู่กับการติดตามตรวจสอบภายหลังการจดทะเบียนอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบนิติบุคคลไทย ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำผิดกฎหมาย ขณะเดียวกัน พร้อมยกระดับความโปร่งใสดูแลอำนวยความสะดวกให้ชาวต่างชาติที่เข้ามาแบบถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และภาคธุรกิจ อันจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว" นายพูนพงษ์ กล่าว

สำหรับ 21 หน่วยงานที่จะลงนามร่วมกัน ประกอบด้วย กระทรวงมหาดไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสรรพากร กรมศุลกากร

กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมที่ดิน กรมการท่องเที่ยว กรมการจัดหางาน กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และสมาคมธนาคารไทย


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ