"อนุสรณ์" แนะรัฐบาลทำงบประมาณแบบยอดรวม ดูแลศก.ได้โดยไม่ต้องก่อหนี้เพิ่ม

ข่าวเศรษฐกิจ Sunday April 26, 2026 17:22 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายอนุสรณ์ ธรรมใจ สส. กรุงเทพฯ พรรคประชาชน และ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม.หอการค้าไทย กล่าวว่า ฐานะทางการคลังของประเทศจะมีความเสี่ยงมากขึ้นเรื่อย ๆ จากการไม่สามารถเก็บภาษีได้ตามเป้า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ประเทศจะขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้นจากการนำเข้าพุ่งสูงจากวิกฤตการณ์พลังงาน ดังนั้น รัฐบาลควรจัดทำงบประมาณแบบรวมยอด (Consolidated Budget) เพื่อนำเอาเงินนอกงบประมาณ และกองทุนหมุนเวียนทั้งหลาย เข้าสู่กระบวนการจัดทำงบประมาณและการพิจารณาของรัฐสภา

"เราสามารถมีมาตการ หรือนโยบายที่ไม่ต้องใช้งบประมาณ หรือต้องกู้เงินก่อหนี้สาธารณะเพิ่ม เพื่อดูแลเศรษฐกิจได้ คือ การลดการใช้ดุลยพินิจ เพื่อลดการทุจริตรั่วไหล ลด และยกเลิกกฎระเบียบที่ไม่จำเป็น" นายอนุสรณ์ กล่าว

พร้อมมองว่า ปัจจัยสำคัญที่สุด ซึ่งนำไปสู่ความสำเร็จของการดำเนินการดังกล่าว คือ เจตจำนงทางการเมืองที่แข็งแกร่งพอของภาคการเมือง ที่จะต้องเผชิญหน้ากับแรงต้านจากระบบราชการ การยกเลิกและลดกฎระเบียบที่ไม่จำเป็น ต้องนำไปสู่การวางรากฐานการกำกับดูแลที่ดีของภาครัฐ ซึ่งจะเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

การผ่องถ่ายอำนาจบางส่วนจากรัฐสู่กลไกตลาด และภาคเอกชน จะทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันดีขึ้น การทบทวนและยกเลิกกฎระเบียบล้าสมัย จะช่วยลดขั้นตอนยุ่งยาก และต้นทุนต่อภาคธุรกิจ และการดำเนินชีวิตของประชาชน จะช่วยเพิ่มศักยภาพของเศรษฐกิจไทย และลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชน

"หากกิจกรรมใดของเอกชนมีความเสี่ยงต่ำ ก็อาจเลือกใช้วิธีจดแจ้งแทนที่การขออนุญาต ใช้การอนุมัติ หรืออนุญาตแบบอัตโนมัติ ในกรณีกิจกรรมที่มีความเสี่ยงปานกลาง ส่วนการขออนุญาตอย่างเต็มรูปแบบ จะจำกัดไว้ใช้เฉพาะกับกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง" นายอนุสรณ์ กล่าว

นอกจากนี้ ยังเห็นว่าเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญในภาวะที่เศรษฐกิจขับเคลื่อนตัวสู่เศรษฐกิจดิจิทัลมากขึ้นตามลำดับ ภายใต้วิกฤตการณ์พลังงาน คือ การขยายตัวของกลุ่มแรงงานอิสระ แพลตฟอร์มหรือแรงงานนอกระบบ และได้เกิดความเหลื่อมล้ำด้านสิทธิและสวัสดิการเมื่อเทียบกับแรงงานในระบบ กรอบกฎหมายและมาตรการคุ้มครองที่มีอยู่ยังไม่ครอบคลุมเพียงพอ

สิทธิที่แรงงานอิสระขาดหายไปเมื่อเทียบกับแรงงานในระบบ ได้แก่ แรงงานอิสระสามารถเข้าร่วมเป็นผู้ประกันตน ในกองทุนประกันสังคมได้เฉพาะแบบสมัครใจ (มาตรา 40) ซึ่งสิทธิประโยชน์ไม่ครอบคลุม และหลุดออกจากระบบได้ง่าย ไม่มีสวัสดิการครอบคลุมค่าชดเชยกรณีทุพพลภาพ ตาย หรือค่าชดเชยรายได้ระหว่างเจ็บป่วย ไม่มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนในการทำงานล่วงเวลา วันหยุด ลาป่วย ลาคลอด ค่าชดเชยจากการเลิกจ้าง การรวมกลุ่มเพื่อจัดตั้งสหภาพแรงงาน ก็ยังไม่ได้รับการรับรองทางกฎหมาย ทำให้ขาดอำนาจต่อรอง

นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ประเทศไทยควรศึกษาระบบคุ้มครองแรงงานอิสระจากสเปน โดยมีกฎหมาย กฎหมาย Rider's Law ที่บังคับให้แรงงานแพลตฟอร์ม เช่น คนส่งอาหาร ถือเป็น "ลูกจ้าง" โดยชอบด้วยกฎหมาย จึงได้รับสิทธิเต็มรูปแบบทั้งประกันสังคมภาคบังคับ ค่าแรงขั้นต่ำ สิทธิการลา และการคุ้มครองจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

ส่วนกรณีของไทย อาจผลักดันร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานอิสระ ร่างกฎหมายเพื่อมุ่งแก้ปัญหา 5 ประการที่แรงงานอิสระเผชิญ ได้แก่ 1. ค่าตอบแทนไม่เป็นธรรม 2. เข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบ 3. ความไม่ปลอดภัยในการทำงาน 4 .ขาดสวัสดิการพื้นฐาน และ 5.ขาดการสนับสนุนการรวมกลุ่ม

หรืออาจใช้วิธีแก้ไขคำนิยาม "แรงงาน" ในกฎหมายคุ้มครองแรงงานให้ครอบคลุม "แรงงานอิสระแพลตฟอร์ม" และ "แรงงานนอกระบบ" ทั้งหมด ส่วนจะเลือกนโยบายไหน ก็ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบดูว่าใช้แนวทางแบบไหนจะดีกว่ากัน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ