นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยถึงผลการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา รอบ 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 69 (เดือน ต.ค. 68-มี.ค. 69) ว่า ในช่วง 6 เดือนแรก สามารถดำเนินคดีได้ 332 คดี หรือเฉลี่ยมากกว่า 40 คดีต่อเดือน ของกลางรวม 1.36 ล้านชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 2.3 พันล้านบาท
ทั้งนี้ ยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจัง เป็นไปตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย โดยการปราบปรามมีเป้าหมายสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ 1. การคุ้มครองผู้บริโภคจากสินค้าปลอม โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคที่อาจเป็นอันตราย 2. การสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการ และ 3. การวางรากฐานเศรษฐกิจระยะยาวเพื่อสนับสนุนนวัตกรรม
นายเอกนิติ กล่าวว่า การปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เป็นมาตรฐานสากลที่ไทยต้องเร่งยกระดับ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนต่างชาติ และเพื่อเป็นการยืนยันว่า ประเทศไทยสามารถคุ้มครองสิทธิได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเชื่อว่า ตัวเลขผลการดำเนินงานที่ออกมา สะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการเดินหน้าปราบปรามอย่างจริงจัง ตามนโยบายนายกรัฐมนตรี โดยเป็นการบูรณาการความร่วมมือของหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมศุลกากร รวมถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)
ด้าน นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ กล่าวว่า เตรียมเดินทางไปสหรัฐฯ วันที่ 2 พ.ค. นี้ เพื่อเข้าร่วมงาน SelectUSA Investment Summit 2026 และหารือกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ โดยเบื้องต้นจะเป็นการหารือ เจรจาการค้าขายในมิติต่าง ๆ รวมถึงหากมีโอกาสก็พร้อมที่จะส่งสัญญาณให้นานาประเทศได้เห็นว่าประเทศไทยให้ความสำคัญอย่างมากในเรื่องการดูแลทรัพย์สินทางปัญญา
นางศุภจี กล่าวว่า จะใช้ผลการดำเนินงานที่เข้มข้นนี้ เป็นสัญญาณยืนยันว่า ไทยเอาจริงและไม่ปล่อยผ่านปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยตัวเลขการจับกุมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ถือเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศคู่ค้า และเพิ่มโอกาสที่ไทยจะหลุดจากบัญชีเฝ้าระวังได้ ซึ่งการหารือจะครอบคลุมประเด็นมาตรา 301 ซึ่งเป็นกฎหมายการค้าของสหรัฐฯ ที่ใช้ประเมินพฤติกรรมประเทศคู่ค้า รวมถึงประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกิน และแรงงานบังคับ เพื่อสะท้อนความพร้อมของไทยในการยกระดับมาตรฐานสู่เวทีโลก
อย่างไรก็ดี รัฐบาลเชื่อมั่นว่า การบูรณาการการทำงานและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด จะทำให้สถานการณ์การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาดีขึ้นต่อเนื่อง และเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยในสายตานักลงทุนและคู่ค้าโลกในระยะยาว