CONSENSUS: 4 แบงก์ฟันธง!! กนง.เก็บกระสุนคงดอกเบี้ย รับศึกตะวันออกกลาง จับตาความเสี่ยงเงินเฟ้อ

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday April 28, 2026 16:12 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

CONSENSUS: 4 แบงก์ฟันธง!! กนง.เก็บกระสุนคงดอกเบี้ย รับศึกตะวันออกกลาง จับตาความเสี่ยงเงินเฟ้อ

4 แบงก์ประสานเสียง กนง.รอบนี้ ตรึงดอกเบี้ยนโยบาย 1.00% ยัง Wait and see เก็บกระสุน เตรียมรับมือวิกฤตตะวันออกกลางที่กดดันเศรษฐกิจไทยให้เปราะบาง เงินเฟ้อพุ่งจากต้นทุนพลังงาน คาดคงดอกเบี้ยระดับต่ำตลอดทั้งปี พร้อมจับตาความเสี่ยง Stagflation

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
สถาบัน                       มติ กนง. (29 เม.ย.)        อัตราดอกเบี้ยใหม่
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา                      คงดอกเบี้ย                1.00%
ธนาคารกรุงไทย                          คงดอกเบี้ย                1.00%
ธนาคารไทยพาณิชย์                        คงดอกเบี้ย                1.00%
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย                         คงดอกเบี้ย                1.00%
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
  • ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY)

น.ส.รุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวางแผนโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ประเมินว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) รอบวันที่ 29 เม.ย.นี้ กนง.จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.00% โดยความตึงเครียดของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงด้านลบที่สำคัญต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปีนี้ และอาจกดดันการเติบโตมากกว่าที่เคยประเมินไว้ก่อนหน้า

ขณะที่ช่องทางการส่งผ่านแรงกระแทกมายังไทย ได้แก่ ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น การชะลอตัวของภาคท่องเที่ยว และกำลังซื้อของภาคครัวเรือนที่ถูกฉุดรั้ง ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจยังคงเผชิญข้อจำกัดด้านการคลัง ประเด็นเชิงโครงสร้างเรื้อรัง รวมถึงความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐฯ

พร้อมเห็นว่า ในระยะถัดไป แม้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อเป็นขาขึ้น แต่ประเมินว่า กนง.จะตรึงดอกเบี้ยไว้ในระดับต่ำที่ 1.00% ตลอดทั้งปี 69 นี้ เพื่อประคองเศรษฐกิจ และอาจเลือกใช้มาตรการเฉพาะจุด เพื่อผ่อนคลายภาวะทางการเงิน ขณะที่ ธปท.แสดงท่าทีว่าการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อคุมเงินเฟ้อที่มาจากด้านต้นทุน อาจขาดประสิทธิผล

ทั้งนี้ การชะลอตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ได้ปรากฎชัดแล้วก่อนการสู้รบในตะวันออกกลาง และช็อคด้านอุปทานพลังงาน

  • ธนาคารกรุงไทย (KTB)

ด้าน นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย มองว่า การประชุม กนง. รอบนี้ จะมีมติคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.00% พร้อมกันนี้ อาจได้เห็นการปรับคาดการณ์เศรษฐกิจใหม่สำหรับปี 69 เพื่อให้สะท้อนผลกระทบของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

โดยอาจเห็นการปรับลดคาดการณ์อัตราการเติบโตเศรษฐกิจในปีนี้ เหลือ 1.4-1.5% ส่วนอัตราเงินเฟ้อ มีแนวโน้มปรับคาดการณ์สูงขึ้นสู่ระดับราว 3% บนสมมติฐานที่ ราคาน้ำมันดิบอาจทรงตัวในระดับสูง (โซน 100 ดอลลาร์/บาร์เรล) แค่ภายในไตรมาสที่ 2 ก่อนที่จะทยอยปรับตัวลดลง แต่จะยังไม่สามารถกลับไปสู่ระดับก่อนเกิดสงครามได้ภายในปีนี้

นายพูน มองว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ กนง. เลือกคงดอกเบี้ยนโยบายไปก่อน ควบคู่กับการเดินหน้ามาตรการแก้ไขปัญหาหนี้เฉพาะจุด มาจากความพยายามในการช่วยประคับประคองเศรษฐกิจไทย แม้ว่าเงินเฟ้อจะมีแนวโน้มสูงขึ้น จากผลกระทบของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แต่เป็นผลของปัจจัยด้านอุปทาน (Supply Side) ซึ่งจะต่างจากปี 2565 ช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่เงินเฟ้อไทยเร่งตัวสูงขึ้นจากผลของปัจจัยด้านอุปทาน เช่น ราคาพลังงานที่สูงขึ้น ไม่ต่างจากในปีนี้ และผลของปัจจัยด้านอุปสงค์ในช่วงการทยอยเปิดประเทศ (Reopening) รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ทำให้แนวทางการรับมือความเสี่ยงเงินเฟ้อจะแตกต่างกัน (ในช่วงปี 2022-2023 ทาง กนง. สามารถทยอยขึ้นดอกเบี้ยนโยบายได้)

แต่ที่สำคัญ มองว่า กนง. อาจจะต้องการรอประเมินแนวโน้มสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นให้ชัดเจนก่อน ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่สูง

นายพูน ระบุว่า แนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ กนง. จะขึ้นกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางเป็นสำคัญ โดยในกรณีฐาน (Base Case) ที่เรามองว่า สถานการณ์จะทยอยคลี่คลายลงภายในไตรมาสที่ 2 ทำให้ กนง. สามารถมองผ่านผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางได้ และสามารถคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.00% จนถึงช่วงสิ้นปี 2570 ก่อนที่จะกลับมาทยอยขึ้นดอกเบี้ยสู่ระดับ 2.00% ที่เป็น Neutral Rate ใหม่ภายใต้ศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่ลดลงจากอดีต ภายในปี 2572

ในทางกลับกัน หากสถานการณ์ทวีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น และอยู่ในระดับสูงนานกว่าคาด เช่น ราคาน้ำมันดิบอยู่แถวโซน 100 ดอลลาร์/บาร์เรลตลอดทั้งปีนี้ เศรษฐกิจไทยเสี่ยงชะลอตัวลงหนัก พร้อมกับแรงกดดันเพิ่มเติมจากภาวะเงินเฟ้อสูง หรืออาจกล่าวได้ว่า เศรษฐกิจไทยเผชิญความเสี่ยงภาวะ Stagflation ชัดเจน ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้ไม่ยาก ทำให้ กนง. อาจพิจารณาลดดอกเบี้ยลงบ้าง และอาจมีความจำเป็นต้องลดดอกเบี้ยสู่ระดับ 0.50% เพื่อช่วยประคองเศรษฐกิจ ก่อนที่จะเริ่มกลับมาทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ย เมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวดีขึ้นในช่วงปลายปี 2570-ต้นปี 2571

  • ธนาคารไทยพาณิชย์

นายวชิรวัฒน์ บานชื่น นักกลยุทธ์ตลาดการเงินอาวุโส ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) คาดว่า ในการประชุม กนง.รอบนี้ จะมีมติคงดอกเบี้ยนโยบยที่ 1.00% เนื่องจากอุปสงค์ในประเทศยังอ่อนแอ ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อยังไม่สูงนัก โดยเลขเงินเฟ้อล่าสุดเดือนมี.ค.69 อยู่ที่ -0.08% (YoY) ซึ่งยังต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะกลับมาเป็นบวกได้

เมื่อเปรียบเทียบภาวะเศรษฐกิจขณะนี้ กับภาวะเศรษฐกิจไทยเมื่อปี 2565 ที่ช่วงนั้นเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน และทำให้ กนง. ต้องขึ้นดอกเบี้ยติดต่อกัน 8 ครั้งภายใน 2 ปี พบว่ามีความแตกต่างกัน คือ ภาวะเงินเฟ้อในปัจจุบันต่ำกว่ามาก โดยช่วงก่อนเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน เงินเฟ้อไทยก็สูงอยู่แล้ว (อยู่ที่ราว 5%) อีกทั้งภาวะ supply-chain disruption ในปัจจุบันก็รุนแรงน้อยกว่า ขณะที่แรงหนุนจากมาตรการคลังมีจำกัด จากระดับหนี้สาธารณะที่เข้าใกล้ Debt ceiling จึงทำให้นโยบายการเงินยังต้องผ่อนคลายเพื่อประคองเศรษฐกิจต่อไป

นอกจากนี้ หากมองไปที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ประเมินว่าจะสามารถลดดอกเบี้ยได้ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี จึงทำให้ไม่มีแรงกดดันที่จะทำให้ กนง.ต้องขึ้นดอกเบี้ยตามด้วย ซึ่งก็แตกต่างกับในปี 2565 ที่ Fed ขึ้นดอกเบี้ยถึง 4.25% ภายใน 1 ปี จึงเป็นแรงกดดันต่อ กนง.

นายวชิรวัฒน์ กล่าวด้วยว่า การสื่อสารของ กนง. จะมีผลต่อภาวะตลาดบอนด์ของไทยด้วย เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา ตลาดได้รับผลกระทบจากความกังวลในภาคการคลังที่รัฐบาลอาจต้องกู้เงินเพิ่มเติม จึงทำให้พันธบัตรรัฐบาลไทยถูกเทขายออกมาค่อนข้างมาก และ Bond yields ปรับสูงขึ้นเร็ว

"ดังนั้น หาก กนง. สื่อสารในทิศทางที่ Dovish หรือส่งสัญญาณว่าดอกเบี้ยจะต่ำต่อเนื่อง ก็จะช่วยลดแรงกดดันต่อตลาดพันธบัตร โดยเฉพาะ Yields ระยะสั้น และทำให้ภาวะการเงินผ่อนคลายลงได้" นายวชิรวัฒน์ ระบุ
  • ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ไทยพาณิชย์ (SCB EIC)

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ประเมินว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% ในการประชุมวันที่ 29 เม.ย.นี้ และมีแนวโน้มจะใช้นโยบายแบบรอติดตามสถานการณ์ (Wait-and-see) ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางและข้อจำกัด Policy space

โดย กนง. ยังไม่มีความจำเป็นต้องเร่งปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อตอบสนองต่อความเสี่ยงเงินเฟ้อในทันที เนื่องจากเสถียรภาพด้านต่างประเทศของไทยยังแข็งแกร่ง ความเสี่ยงเงินทุนไหลออกรุนแรงอยู่ในระดับต่ำ เงินบาทที่อ่อนค่าลงยังสามารถบริหารจัดการได้ และจะมีส่วนช่วยภาคส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาทอย่างมากในปีที่แล้ว พร้อมมองว่า กนง. มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ในช่วง 1-2 ไตรมาสข้างหน้า

ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังเปราะบาง ภาวะการเงินยังตึงตัว สะท้อนจากสินเชื่อที่หดตัว และคุณภาพสินเชื่อที่ยังมีความเสี่ยงสูง ทั้งนี้ ธปท. มีแนวโน้มใช้มาตรการทางการเงินเฉพาะจุดมากขึ้น เพื่อช่วยประคองเศรษฐกิจและบรรเทาผลกระทบต่อภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

  • ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (K Research)

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 29 เม.ย.นี้ คาดว่าที่ประชุมจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.00% ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยังอยู่ในระดับสูง จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดย กนง.จะมีมุมมอง wait-and-see เพื่อประเมินผลกระทบอย่างรอบด้าน สอดคล้องกับท่าทีของธนาคารกลางหลักหลายแห่งทั่วโลก

พร้อมประเมินว่า กนง. มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.00% ตลอดทั้งปี 2569 โดยมีมุมมองว่าอุปสงค์ในประเทศยังอ่อนแอ ทำให้การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย มีประสิทธิผลจำกัดในการแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อ และอาจยิ่งซ้ำเติมภาวะอุปสงค์ภายในประเทศให้ชะลอลงมากขึ้น แม้ว่าเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้น และอาจเฉลี่ยสูงกว่ากรอบเป้าหมายที่ 1-3% จากราคาพลังงาน และสินค้าโภคภัณฑ์ที่อยู่ในระดับสูง โดยแรงกดดันเงินเฟ้อมาจากปัจจัยด้านอุปทานเป็นหลัก

ขณะเดียวกัน การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติม อาจไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่นโยบายการคลัง มีแนวโน้มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยภาครัฐมีแผนออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม ทั้งมาตรการทางการคลัง และมาตรการทางการเงินเฉพาะจุด เช่น สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (soft loan) ซึ่งคาดว่าจะช่วยบรรเทาผลกระทบ และพยุงเศรษฐกิจได้มีประสิทธิภาพมากกว่าการใช้นโยบายดอกเบี้ยโดยรวม


แท็ก Stagflation   กนง.   AIT  

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ