ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 32.49/50 อ่อนค่าจากช่วงเช้า ตลาดรอติดตามผลประชุมกนง.-เฟด พรุ่งนี้

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday April 28, 2026 17:39 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 32.49/50 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจาก ช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 32.39/40 บาท/ดอลลาร์ โดยระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 32.38 - 32.52 บาท/ดอลลาร์

วันนี้เงินบาทและสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคอ่อนค่าต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงเช้า เนื่องจากตลาดมองว่าสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังน่าจะยืดเยื้อ

โดยในวันพรุ่งนี้ (29 เม.ย.) ตลาดรอติดตามผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และการประชุมคณะกรรมการ นโยบายการเงิน (กนง.) ของไทย ซึ่งตลาดคาดการณ์ว่า จะคงอัตราดอกเบี้ยเช่นเดียวกัน

"คาดว่าผลกนง. จะไม่ส่งผลต่อค่าเงินบาทมากนัก เนื่องจากตลาดน่าจะรับรู้ไปก่อนหน้าแล้วว่าจะคงดอกเบี้ย หลังประชุมช่วง บ่าย เงินบาทอาจปรับตัวแข็งค่าเล็กน้อย หรือทรงตัว ซึ่งจะต้องรอดูความคิดเห็นจากที่ประชุมกนง. ทั้งนี้ มองว่าเงินบาทน่าจะขึ้นอยู่กับผล การประชุมเฟดในคืนวันพรุ่งนี้มากกว่า ซึ่งตลาดก็เก็งล่วงหน้าว่าจะคงดอกเบี้ย และปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อ ซึ่งส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่า และบาทอ่อนค่าได้" นักบริหารเงิน ระบุ

นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้ เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.30 - 32.60 บาท/ดอลลาร์

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยน อยู่ที่ระดับ 159.53/54 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 159.46/48 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1696/1697 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1715/1717 ดอลลาร์/ยูโร
  • ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,480.20 จุด เพิ่มขึ้น 1.07 จุด (+0.07%) โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 60,040.99 ล้านบาท
  • สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 2,044.28 ล้านบาท
  • ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังคาดว่าในปี 69 เศรษฐกิจไทย จะขยาย
ตัว 1.6% (ช่วงคาดการณ์ที่ 1.1-2.1%) ซึ่งเป็นการปรับลดลงจากประมาณการเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 2.0% จากผลของสถานการณ์
ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นสำคัญ ที่ส่งผลกระทบมาถึงต้นทุนราคาพลังงาน อย่างไรก็ดี การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้
ยังมีแรงสนับสนุนหลักจากอุปสงค์ทั้งภายใน และภายนอกประเทศ ขณะที่มูลค่าการส่งออก คาดว่าจะขยายตัวที่ 6.2%
  • ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 จำนวน
3,788,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2569 (วงเงิน 3,780,600 ล้านบาท) เป็นจำนวน 7,400 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 0.2%
  • สำนักนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจสำคัญของรัฐบาลตามที่แถลง
ต่อรัฐสภา ให้ดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ และสอดรับกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยมีนายก
รัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการ
  • ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (20-26 เม.ย.) นัก
ท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ฟื้นตัวด้านการเดินทาง โดยเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากกว่า 26% เทียบจากสัปดาห์ก่อนหน้า โดย
เฉพาะนักท่องเที่ยวตลาดจีนที่เพิ่มขึ้นกว่า 40% และนักท่องเที่ยวตลาดไต้หวัน สำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสมตั้งแต่ต้นปี 69 มี
จำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 11.3 ล้านคน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 5.5 แสนล้านบาท
  • ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท YLG เปิดเผยว่า แนวโน้มราคาทองคำในตลาดโลกอยู่ในช่วง "พักฐาน" ระยะสั้น
จากภาวะตลาดที่ยังมีความไม่แน่นอนระหว่างแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่ง
มีกำหนดประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินในคืนวันที่ 29 เม.ย. นี้ โดยคาดการณ์ว่า เฟดจะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.50-
3.75% ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 และต้องจับตาแถลงการณ์ของนายเจอโรม พาวเวล ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหมดวาระ โดยหากยังคงส่ง
สัญญาณไม่รีบเร่งในการปรับลดดอกเบี้ยเช่นเคย จะกดดันราคาทองคำระยะสั้น เนื่องจากไม่ได้รับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่ทรงตัวใน
ระดับสูง
  • ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติด้วยคะแนนเสียง 6 ต่อ 3 ให้คงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.75% ในการประชุมวันนี้
(28 เม.ย.) ซึ่งเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นครั้งที่ 3 และสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์
  • สื่อหลายแห่งของสหรัฐฯ รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวหลายรายว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้
นำสหรัฐฯ ไม่พอใจกับข้อเสนอสันติภาพล่าสุดของอิหร่านที่มีเป้าหมายเพื่อให้ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดอีกครั้ง และต้องการให้สหรัฐฯ ยุติ
การปิดล้อมทางเรือของอิหร่าน ในขณะเดียวกันก็ขอละเว้นประเด็นโครงการนิวเคลียร์ไว้เพื่อการเจรจาในภายหลัง
  • เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) เรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือผ่านได้ โดยไม่มีการเก็บ

ค่าธรรมเนียม ไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อฟื้นฟูการค้าและเศรษฐกิจโลก


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ