สส. พรรคประชาธิปัตย์ เตรียมยื่นญัตติด่วนจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาโครงการ "แลนด์บริดจ์" ชี้พบพิรุธเร่งรีบทั้งที่ไม่เคยหาเสียง-ไร้รายละเอียดในคำแถลงนโยบาย
นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมด้วยสส. ภาคใต้ และภาคตะวันออกของพรรค แถลงข่าวกรณีการยื่นญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาโครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge) โดยตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและความคุ้มค่าของโครงการเมกะโปรเจกต์มูลค่ามหาศาลที่รัฐบาลพยายามผลักดันอย่างผิดปกติ
สาเหตุที่พรรคประชาธิปัตย์ยื่นญัตตินี้ เพราะมองว่าก่อนที่รัฐบาลจะเดินหน้า ควรให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ศึกษารายละเอียด ปรึกษาฝ่ายวิชาการ และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาข้อมูลข้อเท็จจริงช่วยให้รัฐบาลพิจารณาตัดสินใจในเรื่องที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อการใช้เงินภาษีและงบประมาณของพี่น้องประชาชน
นายกรณ์ เปิดเผยว่า พรรคประชาธิปัตย์มีความกังวลอย่างยิ่งต่อโครงการแลนด์บริดจ์ที่กลับมาเป็นข่าวและสะท้อนถึงการเร่งรีบอย่างผิดปกติของรัฐบาลที่จะผลักดันโครงการที่มีมูลค่ากว่าล้านล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการระดับที่ควรจะต้องมีการพิจารณาอย่างละเอียด โปร่งใส และรอบคอบ
ความผิดปกติประการแรก คือ นอกจากการเร่งรีบโดยไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนในรายละเอียดแล้ว โครงการขนาดนี้กลับไม่ปรากฏเป็นนโยบายของทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยที่เคยนำเสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในช่วงหาเสียง
"พอมาถึงการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อไม่นานมานี้ ก็ไม่ปรากฏว่าโครงการที่มีความสำคัญมากถึงขนาดนี้ มีผลผูกพันงบประมาณของประเทศไปอีกหลายสิบปีในอนาคตถ้ามีการผลักดันจริง ก็ไม่ปรากฏว่ามีการนำเสนอรายละเอียดต่อรัฐสภาในการแถลงนโยบายของรัฐบาลแต่อย่างใด แต่วันนี้กลับกลายเป็นโครงการที่รัฐบาลบอกว่าให้ความสำคัญ เป็นโครงการระดับประเทศ และพร้อมที่จะผลักดันทันที" นายกรณ์ กล่าวในมิติความคุ้มค่า สส.จากทางภาคใต้หลายจังหวัดของพรรคได้ร่วมลงนามในญัตติเพื่อสะท้อนความกังวลของประชาชน ซึ่งนักวิชาการหลายสำนักกังวลว่า โครงการนี้ไม่มีวันคุ้มค่า บริษัทเดินเรือภาคเอกชนส่งสัญญาณแจ้งข้อมูลมาทางพรรคประชาธิปัตย์ว่า ถึงสร้างเสร็จแล้วก็ไม่คุ้มสำหรับเขาที่จะมาใช้บริการ
"ถ้าคิดว่าการใช้แลนด์บริดจ์ในการลำเลียงขนส่งสินค้าจากซีกตะวันตกไปตะวันออกจะสามารถประหยัดเวลาได้เทียบกับการเดินเรือผ่านช่องแคบมะละกา ต้องคิดใหม่ เพราะการขนส่งผ่านโครงการนี้เป็นการลำเลียงสินค้าขึ้นลงจากเรือหลายต่อ มีภาระทั้งค่าใช้จ่ายและเงื่อนไขเวลา เพราะฉะนั้นโครงการมูลค่ากว่าล้านล้านบาทที่สร้างมาแล้วสุ่มเสี่ยงต่อการถูกทิ้งร้าง ประเด็นนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ควรจะหยิบยกขึ้นมาพิจารณาในสภาฯ"นายกรณ์ กล่าวนายกรณ์ ได้นำเสนอแนวทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าโดยอ้างอิงนโยบายพรรคที่เคยเสนอต่อประชาชน ซึ่งใช้งบประมาณรวมประมาณ 7 แสนล้านบาท (น้อยกว่าแลนด์บริดจ์) แต่เห็นผลชัดเจนในการยกระดับคุณภาพชีวิตชาวใต้
1.มอเตอร์เวย์สายใต้ ก่อสร้างเส้นทางเชื่อมระหว่างนราธิวาสขึ้นไปถึงกรุงเทพมหานคร (งบประมาณ 4-5 แสนล้านบาท)
2.ระบบรถไฟทางคู่ไฟฟ้า พัฒนาการขนส่งทางรางทั้งคนและสินค้าด้วยระบบไฟฟ้าทั้งหมด (งบประมาณเพิ่มเติม 1-1.5 แสนล้านบาท)
3.ท่าเรือน้ำลึก 2 ฝั่งทะเล สนับสนุนทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทยในพื้นที่ที่เหมาะสมตามหลักวิชาการ (งบประมาณ 1 แสนล้านบาท)
"โดยรวมโครงการเหล่านี้ ใช้งบประมาณเราคิดว่าอยู่ที่ประมาณ 7 แสนล้านบาท ยังไงก็น้อยกว่างบประมาณที่ต้องใช้กับโครงการที่มีประโยชน์ไม่ชัดเจน เริ่มสร้างแล้วจะสร้างเสร็จหรือไม่ก็ไม่ทราบ และเมื่อสร้างเสร็จแล้ว ประชาชนชาวใต้หรือคนไทยทั้งประเทศจะมีใครได้รับประโยชน์บ้าง ก็ไม่มีความชัดเจนเช่นเดียวกัน" นายกรณ์ กล่าว