นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 32.67 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจาก ช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 32.48 บาท/ดอลลาร์ โดยระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 32.48 - 32.69 บาท/ดอลลาร์ โดยเงิน บาทที่ระดับ 32.69 บาท/ดอลลาร์ ถือเป็นระดับที่อ่อนค่าสุดในรอบ 3 สัปดาห์
วันนี้เงินบาทและสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคอ่อนค่า ตามดอลลาร์ที่ปรับตัวแข็งค่าก่อนจะรับรู้ผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในคืนนี้ ประกอบกับระหว่างวันราคาทองคำย่อตัว ส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่า ส่วนผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กน ง.) ของไทย คงอัตราดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดการณ์ และมีผลต่อค่าเงินจำกัด
สำหรับคืนนี้ ตลาดรอติดตามการประชุมเฟด ซึ่งคาดการณ์ว่า เฟดจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ย ทั้งนี้ ต้องรอฟังว่า เฟดมีการ ประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ต่อผลกระทบเศรษฐกิจ และเงินเฟ้อสหรัฐฯ รวมถึงดอกเบี้ยอย่างไร
นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้ เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.50 - 32.80 บาท/ดอลลาร์
- เงินเยน อยู่ที่ระดับ 159.81 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 159.63 เยน/ดอลลาร์
- เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1690 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1700 ดอลลาร์/ยูโร
- ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,491.74 จุด เพิ่มขึ้น 11.54 จุด (+0.78%) โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 56,985.77 ล้านบาท
- สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 2,079.57 ล้านบาท
- คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์ 6 ต่อ 0 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ต่อปี
ตามตลาดคาด อย่างไรก็ดี มีรายงานว่า ในการประชุม กนง. ครั้งนี้ มีกรรมการ กนง. เพียง 6 คน จากปกติจะมี 7 คน
เนื่องจากนายสันติธาร เสถียรไทย ได้ลาออกจากตำแหน่ง โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการคัดเลือกกรรมการ กนง. เข้ามา
เพิ่มเติม
- เลขานุการ กนง. ระบุว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงจากสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบโดย
ตรง ผ่านการเพิ่มภาระต้นทุนให้กับภาคธุรกิจ และการบั่นทอนกำลังซื้อของภาคครัวเรือน โดย กนง. ได้คงอัตราการขยายตัวทาง
เศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปี 69 ไว้เท่าเดิมที่ 1.5% แต่ในปี 70 ได้ปรับลด GDP ลงเหลือ 2.0% จากที่เคยคาดไว้ 2.3% ส่วนอัตรา
เงินเฟ้อทั่วไปปี 69 อยู่ที่ 2.9% และจะปรับลดลงมาอยู่ที่ 1.5% ในปี 70 โดยต้องติดตามความเสี่ยงเงินเฟ้อที่ปรับสูงขึ้นจากราคา
พลังงาน และการขาดแคลนวัตถุดิบที่อาจยืดเยื้อกว่าคาด จากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ การส่งผ่านราคาของผู้ประกอบการที่สูงกว่าคาด และ
อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลางที่อาจปรับเพิ่มสูงขึ้นในช่วงไตรมาส 2 ก่อนจะทยอยปรับลดลง โดยช็อคครั้งนี้เป็น stagflation
เพราะทำให้เศรษฐกิจแย่ลง และเงินเฟ้อสูงขึ้น แต่กรณีฐานที่เรามองยังไม่รุนแรง เงินเฟ้อขึ้นไปแล้วก็ลงมา ส่วนเศรษฐกิจที่ 1.5% ก็ยัง
ไม่ได้รวมมาตรการภาครัฐด้วยซ้ำ ดังนั้น ไม่ต้องกังวล Stagflation
- รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คาดว่า จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจนัดแรกในสัปดาห์หน้า โดยมีวาระพิจารณา
อาทิ โครงการ "คนละครึ่ง พลัส" ภายใต้ "ไทยช่วยไทยพลัส" รวมถึงนโยบายด้านเศรษฐกิจที่จะมาช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
จากสถานการณ์ตะวันออกกลาง
- บีโอไอ เผยยอดขอรับส่งเสริมการลงทุน ไตรมาส 1/69 ทะลุ 1 ล้านล้านบาท จากกว่า 600 โครงการ นำโดย
อุตสาหกรรมดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ รองรับการเติบโตของ AI ตามด้วยพลังงานสะอาด เกษตรและอาหาร โลจิสติกส์ และยานยนต์ โดย
สิงคโปร์ อังกฤษ และญี่ปุ่นลงทุนสูงสุด ตอกย้ำบทบาทไทยจุดหมายการลงทุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
- นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวเตือนผู้ลงทุนระมัดระวังการลงทุนในระยะสั้น เพราะราคาทองอาจจะปรับลงอีก เนื่องจาก
ช่วงนี้ราคายังผันผวนจากสถานการณ์ของสงครามในพื้นที่ตะวันออกกลางและนโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกายังไม่มีความชัดเจน ซึ่ง
คาดการณ์ว่าในช่วงเดือนพฤษภาคม อาจจะมีประเด็นสำคัญซึ่งคนที่ลงทุนทองจะต้องติดตาม เพราะประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คน
ใหม่จะเข้ารับตำแหน่ง ซึ่งต้องติดตามนโยบายการเงินว่าเป็นอย่างไร แต่คาดว่าในระยะยาวทองคำอาจจะพุ่งสูงถึง 6,000 เหรียญ ช่วง
หลังเดือนต.ค.
- ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ประเมินว่า ดุลการค้าไทย มีแนวโน้มแย่ลงอีกใน
ระยะข้างหน้า ทั้งนี้ เนื่องจากมูลค่าการส่งออกไทย มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ก่อนจะชะลอตัวลงมาก หลังเศรษฐกิจโลกได้รับผลกระทบ
จากสงครามอย่างเต็มที่ โดยการส่งออกมีแนวโน้มได้รับแรงหนุนจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ สะท้อนจากข้อมูลเร็วการส่งออกของ
เกาหลีใต้ 20 วันแรก ในเดือน เม.ย.ที่ยังขยายตัวดี 49.4% โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์ เช่น เซมิคอนดัก
เตอร์ ที่ขยายตัวสูง 182.5%
- สภาทองคำโลก (WGC) เปิดเผยว่า ความต้องการทองคำทั่วโลกในไตรมาส 1 ปี 2569 เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุด
เป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังดำเนินไปต่อเนื่อง