น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าโครงการ "ปุ๋ยสั่งตัดเพื่อเกษตรกรไทย" ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการนำนวัตกรรมมาใช้แก้ไขปัญหาต้นทุนการผลิต และสร้างความมั่นคงทางอาชีพให้กับเกษตรกรไทยในระยะยาว
โครงการดังกล่าว มุ่งเน้นการส่งเสริมการใช้ "ปุ๋ยสั่งตัด" ที่ออกแบบให้เหมาะสมกับสภาพดิน และความต้องการของพืชในแต่ละพื้นที่ โดยอาศัยการวิเคราะห์ข้อมูลดิน และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยสนับสนุน ทำให้เกษตรกรสามารถใช้ปุ๋ยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดการใช้ปุ๋ยเกินความจำเป็น ซึ่งช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิต และฟื้นฟูคุณภาพดินไปพร้อมกัน และนำไปสู่ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม
น.ส.ลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะอาชีพของเกษตรกรควบคู่กัน โดยกระทรวงแรงงาน ได้เข้ามามีบทบาทในการเสริมทักษะ (Upskill/Reskill) เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้เสริม ขณะที่ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อถ่ายทอดสู่เกษตรกรผ่านกลไกสหกรณ์ในพื้นที่ ทำให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงเครื่องมือและองค์ความรู้ได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ โครงการดังกล่าว ยังเป็นการเตรียมรับมือกับความผันผวนของสถานการณ์โลก โดยเฉพาะด้านราคาปุ๋ย และปัจจัยการผลิตทางการเกษตร เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้า และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรภายในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้ภาคเกษตรกรรมไทยในระยะยาว
"สิ่งที่ประชาชนจะได้รับจากการดำเนินนโยบายนี้ คือ ต้นทุนการผลิตที่ลดลง รายได้ที่มั่นคงมากขึ้น คุณภาพดินที่ดีขึ้นในระยะยาว รวมถึงโอกาสในการพัฒนาทักษะอาชีพใหม่ ๆ ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องเกษตรกรไทยอย่างรอบด้าน" รองโฆษกรัฐบาล กล่าว