นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า จากเหตุการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง จนทำให้เกิดวิกฤติพลังงาน และกระทบกับเศรษฐกิจให้ชะลอ รวมถึงเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นนั้น ยืนยันว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะเข้าสู่ภาวะ Stagflation เนื่องจากประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อจะไม่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่องยาวนานจนส่งผลกระทบต่อโครงสร้างเศรษฐกิจ ดังนั้นจึงมองว่าเศรษฐกิจไทยจะยังไม่เผชิญกับปัญหานี้
ทั้งนี้ สภาวะ Stagflation ในเชิงเศรษฐศาตร์ จะต้องประกอบด้วยเงื่อนไขสำคัญ คือ เศรษฐกิจที่มีอัตราการเติบโตต่ำ ควบคู่กับอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง และต้องเป็นการปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องยาวนาน โดยหากเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงลากยาวจะกระทบต่อเศรษฐกิจในระยะยาว และสร้างผลกระทบในระดับสูง
สำหรับภาวะ Stagflation เมื่อเปรียบเทียบในบริบทต่างประเทศ มักส่งผลกระทบโดยตรงต่อการจ้างงาน ทำให้สัดส่วนการจ้างงานลดลง หรือมีอัตราการว่างงานเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งประเทศไทยในปัจจุบันยังไม่พบสัญญาณการลดลงของการจ้างงานอย่างชัดเจนเหมือนกันในหลายประเทศ
ผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่า เมื่อพิจารณาจากเกณฑ์หลักทั้ง 2 ประการร่วมกัน ประเทศไทยยังไม่ได้อยู่ในภาวะ Stagflation ในระยะยาว เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อไม่ได้อยู่ในระดับสูงต่อเนื่องยาวนาน
"ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวานนี้ (29 เม.ย.) ยังไม่ได้มีการหยิบยกประเด็นเรื่อง Stagflation ขึ้นมาหารือในที่ประชุม แม้หลายฝ่ายมองว่าไทยเข้าสู่ภาวะนี้แล้วจากการพิจารณาเพียงว่าเศรษฐกิจเติบโตต่ำ และเงินเฟ้อสูง แต่อาจเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เนื่องจากสาระสำคัญของภาวะ Stagflation คือ อัตราเงินเฟ้อต้องอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง และยาวนานเท่านั้น" ผู้ว่าการ ธปท. กล่าว