นางปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ในเดือนมี.ค.69 เศรษฐกิจไทยโดยรวมทรงตัวจากเดือนก่อน โดยการส่งออกสินค้าและการผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับดีขึ้น ประกอบกับการใช้จ่ายภาครัฐยังขยายตัวจากเดือนก่อน
อย่างไรก็ดี เริ่มเห็นผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง ตามการส่งออกไปตะวันออกกลาง และจำนวนนักท่องเที่ยวในกลุ่มตะวันออกกลางและยุโรปที่ลดลงมาก สำหรับการบริโภคภาคเอกชน ลดลงตามการใช้จ่ายในหมวดโรงแรม และร้านอาหาร สอดคล้องกับกิจกรรมในภาคบริการ ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนลดลง หลังเร่งไปแล้วในช่วงก่อน

อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปรับมาอยู่ใกล้เคียงศูนย์จากที่ติดลบในเดือนก่อน จากหมวดพลังงานเป็นสำคัญ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเป็นบวกใกล้เคียงกับเดือนก่อน
"เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรก เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส มีแนวโน้มชะลอตัว แต่ยังไม่ถึงติดลบ แต่ถ้าเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนจะขยายตัวได้ แต่ไม่ได้สูงมากเท่าไตรมาส 4 ปี 2568 โดยต้องติดตามพัฒนาการความยืดเยื้อ และความรุนแรงของสงครามตะวันออกกลาง ถ้าจบเร็ว จะทำให้เศรษฐกิจดีกว่าคาด" นางปราณี กล่าวทั้งนี้ ธปท.ประเมินว่า ในระยะต่อไป เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลง จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางต่ออุปสงค์ต่างประเทศ ทั้งการส่งออกสินค้าและภาคท่องเที่ยว ประกอบกับอุปสงค์ในประเทศจากการส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังผู้บริโภค
โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในระยะต่อไป คือ 1. พัฒนาการของสงครามในตะวันออกกลาง 2.ความสามารถในการปรับตัวของภาคธุรกิจและประชาชน 3.มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ 4.การเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าของสหรัฐ และ 5.การเกิดซูเปอร์เอลนีโญ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อด้านราคาและปริมาณผลผลิตสินค้าเกษตร
นางปราณี กล่าวว่า แนวโน้มธุรกิจไตรมาส 2 ปี 2569 คาดว่าจะทรงตัว แม้เผชิญแรงกดดันจากอุปสงค์ที่ชะลอตัว ประกอบกับการแข่งขันที่รุนแรงและสงครามในตะวันออกกลาง แต่ยังได้แรงหนุนจากการผลิตและส่งออกสินค้าในกลุ่มเทคโนโลยี
นอกจากนี้ จากที่ ธปท.ได้หารือกับผู้ประกอบการธุรกิจกว่า 100 ราย ถึงผลจากสงครามในตะวันออกกลาง พบว่า ธุรกิจส่วนใหญ่กังวลเรื่องต้นทุนพลังงาน และค่าวัตถุดิบที่สูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้ต้องทยอยปรับขึ้นราคาสินค้าในไตรมาส 2 เนื่องจากสต็อกสินค้ามีเพียงพอแค่ระยะ 1-3 เดือน แต่ทั้งนี้ จากกำลังซื้อภายในประเทศที่ยังอ่อนแอ อาจส่งผลให้ไม่สามารถปรับขึ้นราคาสินค้าได้มากนัก
พร้อมย้ำว่า ประเทศไทยยังไม่อยู่ในภาวะ Stagflation ซึ่งตามหลักเศรษฐศาสตร์นั้น Stagflation ประกอบด้วย 2 องค์ประกอบ คือ เศรษฐกิจหยุดชะงัก ขยายตัวต่ำหรือถดถอยเป็นเวลานาน และอีกสัญญาณ คือ เงินเฟ้อสูงเป็นเวลานาน ซึ่งต้องเกิดจากผู้ประกอบการปรับขึ้นราคาต่อเนื่อง แม้ผลกระทบด้านราคาพลังงานจะหมดไปแล้ว แต่ยังมีการปรับขึ้นราคาอยู่
"จากที่เราประเมิน ไม่เห็นสัญญาณ Stagflation โดยถ้าดูเงินเฟ้อเร่งขึ้นชั่วคราวในปี 2569 อาจเห็นสูงถึง 3-4% ตั้งแต่เดือนเม.ย.ไปถึงสิ้นปี 69 แต่ทั้งปี ประเมินเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยที่ 2.9% ส่วนปี 70 คาดเงินเฟ้อทั่วไป เฉลี่ยอยู่ที่ 1.5% ต่ำกว่าปีนี้...ธปท. ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยจะติดตามภาวะ Stagflation ทั้งด้านเศรษฐกิจ และเงินเฟ้อว่าเป็นอย่างไร ซึ่งไทยยังไม่ได้อยู่ในสถานะน่ากังวลว่าจะเกิด Stagflation" ผอ.อาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ระบุ
- เศรษฐกิจด้านอุปสงค์ เดือนมี.ค.
- การบริโภคภาคเอกชน เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงจากเดือนก่อนจากการใช้จ่ายในหมวดบริการ โดยเฉพาะโรงแรมและร้านอาหาร สอดคล้องกับกิจกรรมท่องเที่ยวที่ลดลง รวมทั้งหมวดสินค้ากึ่งคงทน จากทั้งปริมาณการนำเข้าสิ่งทอ และเครื่องนุ่งห่มและยอดขายสินค้าปลีกกึ่งคงทน
อย่างไรก็ดี หมวดสินค้าไม่คงทนเพิ่มขึ้น จากยอดจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและสินค้าอุปโภคบริโภค ส่วนหนึ่งเป็นการเร่งซื้อสินค้าจากความกังวลต่อการปรับขึ้นราคา ขณะที่หมวดสินค้าคงทน เพิ่มขึ้นตามยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ด้านดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ปรับลดลงจากความกังวลต่อผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง โดยเฉพาะจากการส่งผ่านราคาพลังงานที่อาจกดดันให้ต้นทุนการผลิตและขนส่งสูงขึ้น
- การลงทุนภาคเอกชน เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงจากเดือนก่อน จากการลงทุนในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ ตามการนำเข้าสินค้าทุนสุทธิ โดยเฉพาะอุปกรณ์ไฟฟ้า ขณะที่ยอดจำหน่ายเครื่องจักรในประเทศ ปรับเพิ่มขึ้นตามการผลิตเครื่องจักรและเครื่องมือ ด้านการลงทุนในหมวดก่อสร้าง ทรงตัวจากการก่อสร้างอาคารที่อยู่อาศัย ขณะที่การก่อสร้างอาคารที่มิใช่ที่อยู่อาศัยลดลงเล็กน้อย โดยเฉพาะอาคารพาณิชย์ อย่างไรก็ดี การลงทุนในหมวดยานพาหนะเพิ่มขึ้นตามมูลค่ายอดจดทะเบียนรถยนต์ โดยเฉพาะรถยนต์นั่ง และการนำเข้าเรือของธุรกิจขนส่ง
- จำนวนและรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ จำนวนนักท่องเที่ยวที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงจากเดือนก่อน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวตะวันออกลางและยุโรป จากข้อจำกัดด้านการเดินทางหลังเกิดสงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลให้มีการปิดน่านฟ้า และยกเลิกเส้นทางการบินระหว่างประเทศ รวมถึงนักท่องเที่ยวจีนที่ชะลอลงหลังเร่งตัวสูงในช่วงตรุษจีน อย่างไรก็ดี นักท่องเที่ยวมาเลเซียเพิ่มขึ้นหลังสิ้นสุดช่วงรอมฎอน
ด้านรายรับนักท่องเที่ยวที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากระยะเวลาพำนักที่ยาวขึ้น แต่เป็นผลชั่วคราวจากการปรับลดตารางการบิน หลังเกิดสงครามในตะวันออกกลาง
- การส่งออกสินค้า มูลค่าการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน โดยขยายตัวในหลายหมวด ได้แก่ 1) หมวดอิเล็กทรอนิกส์ ตามการส่งออกสินค้าเทคโนโลยี อาทิ คอมพิวเตอร์ และแผงวงจรพิมพ์ไปยังสหรัฐฯ และมาเลเซีย 2) หมวดปิโตรเลียม ตามการส่งออกไปอาเซียน หลังโรงกลั่นที่ปิดซ่อมบำรุงกลับมาดำเนินงาน 3) หมวดเหล็กและเหล็กกล้า ตามการส่งออกผลิตภัณฑ์จากโลหะพื้นฐานไปสหรัฐฯ และการส่งออกเหล็กไปสหรัฐฯ ยุโรป และอาเซียน และ 4) หมวดอัญมณีและเครื่องประดับ ตามการส่งออกไปอินเดีย อย่างไรก็ตาม หมวดยานยนต์และชิ้นส่วน ปรับลดลงตามการส่งออกรถยนต์นั่ง และกระบะ ไปยังตะวันออกกลางเป็นสำคัญ
- การนำเข้าสินค้า มูลค่าการนำเข้าสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน จากหมวดสินค้าวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางไม่รวมเชื้อเพลิง ตามการเร่งนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าจากไต้หวัน สอดคล้องกับการส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวต่อเนื่อง และหมวดเชื้อเพลิง ตามการนำเข้าน้ำมันดิบ ทั้งการนำเข้าโดยตรงจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่เรือขนส่งอยู่ระหว่างเดินทางในช่วงก่อนสงคราม รวมถึงการนำเข้าจากแหล่งอื่น อาทิ มาเลเซีย และสหรัฐฯ
อย่างไรก็ดี หมวดสินค้าทุนไม่รวมเครื่องบินทรงตัว โดยการนำเข้ายานยนต์จากอาเซียนลดลง ขณะที่การนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์จากจีน ญี่ปุ่น และอาเซียนเพิ่มขึ้น สำหรับหมวดสินค้าอุปโภค และบริโภคลดลงจากการนำเข้าเฟอร์นิเจอร์ และชิ้นส่วนจากจีนและยุโรป รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านจากจีน
- การใช้จ่ายภาครัฐ การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวจากระยะเดียวกันในปีก่อน จากรายจ่ายการลงทุนของรัฐบาล และรัฐวิสาหกิจ โดยรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลาง ขยายตัวตามการเบิกจ่ายของหน่วยงานด้านคมนาคม และการเบิกจ่ายงบประมาณเหลื่อมปี สำหรับรายจ่ายลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ขยายตัวจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภคและการขนส่ง อย่างไรก็ดี รายจ่ายประจำของรัฐบาลกลาง หดตัวเล็กน้อยตามการจัดซื้อสินค้าและบริการที่ลดลง
- เศรษฐกิจด้านอุปทาน
- การผลิตภาคอุตสาหกรรม ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้ว เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนในทุกกลุ่ม โดยกลุ่มที่ผลิตเพื่อส่งออกน้อยกว่า 30% เพิ่มขึ้นจากหมวดปิโตรเลียม ตามการกลับมาดำเนินการของโรงกลั่น หลังปิดซ่อมบำรุงชั่วคราวไปในเดือนก่อน สำหรับกลุ่มที่ผลิตเพื่อส่งออกในสัดส่วน 30-60% เพิ่มขึ้นจากหมวดยานยนต์ จากการผลิตรถยนต์นั่งและรถกระบะ สอดคล้องกับยอดขายรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น
ขณะที่กลุ่มที่ผลิตเพื่อส่งออกมากกว่า 60% เพิ่มขึ้นจากการผลิตน้ำตาล ตามปริมาณอ้อยเข้าหีบที่เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน อย่างไรก็ดี ยังมีบางหมวดที่การผลิตปรับลดลง ได้แก่ หมวดวัสดุก่อสร้าง จากการระบายสินค้าคงคลัง และหมวดยางและพลาสติก ส่วนหนึ่งจากอุปทานวัตถุดิบการผลิตที่ตึงตัว และต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้นจากผลกระทบของสงคราม
- ภาคบริการ เครื่องชี้ภาคบริการที่ไม่รวมการซื้อขายทองคำและขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงจากเดือนก่อน จากกิจกรรมในภาคการท่องเที่ยวตามธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร รวมถึงธุรกิจขนส่งผู้โดยสาร จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลงจากข้อจำกัดด้านการเดินทาง หลังเกิดสงครามในตะวันออกกลาง รวมถึงต้นทุนการเดินทางที่ปรับสูงขึ้น อีกทั้งจากจำนวนนักท่องเที่ยวไทยที่ชะลอลงหลังเร่งไปในเดือนก่อน อย่างไรก็ดี กิจกรรมในภาคการค้าเพิ่มขึ้นตามผลผลิตภาคเกษตร และยอดขายสินค้าอุตสาหกรรม ส่งผลให้กิจกรรมการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นสอดคล้องกัน
- รายได้เกษตร รายได้เกษตรกรหดตัวจากระยะเดียวกันของปีก่อน จากราคาสินค้าเกษตรที่หดตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคาสุกร อ้อย ทุเรียน และข้าวขาว ตามปริมาณผลผลิตที่ยังอยู่ในระดับสูง ด้านปริมาณผลผลิตขยายตัวต่อเนื่องจากผลผลิตอ้อย ปาล์มน้ำมัน และทุเรียน จากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย รวมถึงการเลื่อนเก็บเกี่ยวอ้อยจากปลายปีก่อน มาเป็นช่วงต้นปีของปีนี้
- ภาวะการเงินและเสถียรภาพ
- การระดมทุนของภาคธุรกิจ โดยรวมเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนตามการระดมทุนผ่านสินเชื่อสุทธิเป็นสำคัญ โดยการระดมทุนผ่านสินเชื่อสุทธิปรับเพิ่มขึ้น จากบริษัทโฮลดิ้งในกลุ่มเทคโนโลยี พลังงานและเคมีภัณฑ์ นอกจากนี้ การระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้เพิ่มขึ้น จากธุรกิจพลังงาน และการระดมทุนผ่านตลาดทุนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากธุรกิจภาคบริการเป็นสำคัญ
สำหรับต้นทุนการระดมทุนผ่านตราสารหนี้ ณ สิ้นเดือน มี.ค.69 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะพันธบัตรระยะยาว สอดคล้องกับผลตอบแทนในตลาดโลก ซึ่งผลตอบแทนระยะยาวในตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้น มาจากการปรับลดคาดการณ์การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งมีแรงกดดันเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นจากผลของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ประกอบกับปัจจัยภายในประเทศจากความกังวลต่อภาระทางการคลัง
- อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ เดือน มี.ค.69 เงินบาทเฉลี่ยอ่อนค่าตามการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ฯ เนื่องจากตลาดปรับลดคาดการณ์การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ตามแรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาพลังงานโลกที่ปรับสูงขึ้น ขณะที่ในเดือน เม.ย.69 (ข้อมูลถึง 24 เม.ย.69) เงินบาทเฉลี่ยทรงตัว หลังเริ่มมีการเจรจาและหยุดยิงเป็นระยะ และตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลงจากการคาดการณ์ว่าช่องแคบฮอร์มุซอาจกลับมาเปิดได้เร็วขึ้น
- ด้านดัชนีค่าเงินบาท (NEER) เดือน มี.ค.69 เฉลี่ยอ่อนค่ามากกว่าสกุลคู่ค้าคู่แข่ง จากความกังวลของตลาดที่คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางมาก เนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันในสัดส่วนสูง และการนำเข้ามากกว่ากึ่งหนึ่งจากตะวันออกกลาง ขณะที่เดือน เม.ย. 69 เฉลี่ยทรงตัว
- อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปรับมาอยู่ที่ใกล้เคียงศูนย์จากที่ติดลบในเดือนก่อน จากหมวดพลังงานที่ราคาน้ำมันในประเทศปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันในตลาดโลก และหมวดอาหารสดจากราคาไข่ เนื้อไก่ และผักที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณผลผลิตที่ลดลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ยังเป็นบวกใกล้เคียงกับเดือนก่อน สะท้อนการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาผู้บริโภคที่ยังจำกัด แม้ราคาอุปกรณ์ทำความสะอาดและค่าโดยสารเครื่องบินปรับเพิ่มขึ้นบ้าง
- ด้านภาวะตลาดแรงงาน การจ้างงานโดยรวมปรับดีขึ้นจากเดือนก่อน สะท้อนจากจำนวนผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่ปรับเพิ่มขึ้น
- ดุลบัญชีเดินสะพัด เกินดุลลดลงจากการขาดดุลการค้าตามมูลค่าการนำเข้าที่เร่งขึ้น และดุลบริการ รายได้ และเงินโอนที่เกินดุลลดลงตามรายจ่ายค่าขนส่ง และการส่งกลับกำไรไปต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น
- ภาพรวมเศรษฐกิจไทยไตรมาส 1 ปี 2569
เศรษฐกิจไทยไตรมาส 1 ปีนี้ ขยายตัวจากไตรมาสก่อน (ไตรมาส 4 ปี 68) ทั้งจากด้านอุปสงค์และอุปทาน
- ด้านอุปสงค์ปรับดีขึ้นจากการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำ ที่โดยรวมเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในกลุ่มสินค้าเทคโนโลยี และอุปสงค์ในประเทศปรับดีขึ้นจากการบริโภคภาคเอกชน ที่เพิ่มขึ้นตามการเร่งส่งมอบรถยนต์ หลังสิ้นสุดมาตรการ EV 3.0 รวมถึงการเร่งซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจากความกังวลต่อการปรับขึ้นราคาในช่วงปลายไตรมาส ประกอบกับการลงทุนภาคเอกชน ที่เพิ่มขึ้นจากหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของการใช้จ่ายภาครัฐ
- ด้านอุปทาน การผลิตภาคอุตสาหกรรม ปรับเพิ่มขึ้นตามการผลิตปิโตรเลียม หลังปิดปรับปรุงโรงกลั่นครั้งใหญ่ไปในไตรมาสก่อน ประกอบกับมีการขยายกำลังการผลิตของบริษัทขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ ส่วนภาคบริการ ปรับเพิ่มขึ้นจากภาคการค้าเป็นหลัก สอดคล้องกับการผลิตและการส่งออกสินค้า อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจเริ่มได้รับผลกระทบจากสงครามในช่วงปลายไตรมาส สะท้อนจากการส่งออกไปยังตะวันออกกลาง ปรับลดลงมาก รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลางและยุโรป
- เสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน จากหมวดพลังงานที่ลดลงตามค่ากระแสไฟฟ้าที่มีผลของฐานสูงในปีก่อน ขณะที่หมวดอาหารสดติดลบน้อยลงตามราคาข้าว สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ยังเป็นบวกใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน อย่างไรก็ดี อัตราเงินเฟ้อทั่วไป เริ่มได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นในช่วงปลายไตรมาส แต่การส่งผ่านต้นทุนไปราคาสินค้า และบริการในหมวดเงินเฟ้อพื้นฐานยังจำกัด ด้านดุลบัญชีเดินสะพัด เกินดุลจากดุลบริการ รายได้ และเงินโอนเป็นสำคัญ สำหรับตลาดแรงงาน ปรับแย่ลงจากไตรมาสก่อน