นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวว่า บ่ายวันนี้ได้ร่วมหารือกับรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับหลักการเตรียมความพร้อมในการออก พ.ร.ก.กู้เงิน ซึ่งยังมีขั้นตอนที่ต้องดำเนินการตามกฏหมาย
พร้อมกับยืนยันว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามระเบียบ ถูกต้องตามกฏหมาย เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และมีประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน
ส่วนวงเงินกู้ยังเป็นกรอบวงเงิน 5 แสนล้านบาทหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราตั้งกรอบวงเงินไว้แต่จะใช้จริงเท่าไหร่ค่อยว่ากัน ส่วนจะเป็น 5 แสนล้านหรือไม่นั้น "แถวๆนั้นแหละ"
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า การประชุมทีมเศรษฐกิจในช่วงเช้าที่ผ่านมา เป็นเพียงการหารือในหลักการเกี่ยวกับความจำเป็นของการกู้เงิน โดยกฎหมายกู้เงินจะกำหนดกรอบวงเงิน ระยะเวลา และวัตถุประสงค์การใช้จ่ายอย่างชัดเจน โดยมีแนวทางการใช้เงินในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด รวมถึงการพัฒนาทักษะแรงงานเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแพ็กเกจ "ไทยช่วยไทย พลัส"
ที่ประชุมยังได้เน้นย้ำว่า การใช้งบประมาณต้องให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตรงเป้าหมาย และถึงมือประชาชนโดยตรง ไม่กระจายแบบไม่ทั่วถึงเหมือนที่ผ่านมา โดยมาตรการที่พิจารณา เช่น "คนละครึ่งพลัส" จะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ รวมถึงสามารถนำไปใช้ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น ปุ๋ย เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพและเพิ่มการหมุนเวียนของเศรษฐกิจภายในประเทศ
ขั้นตอนการดำเนินการหลังจากนี้ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กระทรวงการคลัง จะพิจารณาจากวงเงินงบประมาณที่มีอยู่เพียงพอหรือไม่ หากไม่เพียงพอจึงจะมีการพิจารณากู้เงินเพิ่มเติม โดยจะต้องเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งหลังจากผ่านความเห็นชอบจาก ครม. แล้ว จะต้องส่งเรื่องให้ คณะกรรมการกฤษฎีกา ตรวจพิจารณา ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป โดยวงเงินกู้สุดท้ายจะเป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลังในการกำหนด