นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายเชิงรุกแก่คณะกรรมการและผู้บริหารระดับสูงของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนกนอ. ภายใต้นโยบาย ONE MIND อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว ผ่าน 4 เสาหลักสำคัญ เพื่อยกระดับนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ให้เป็นจุดหมายปลายทางหลักของนักลงทุนทั่วโลก ประกอบด้วย
เสาหลักที่ 1. Policy Driven & World Bank Partnership ด้วยการผนึกธนาคารโลก (World Bank) นำมาตรฐาน Green Finance มาเป็นกลไกสนับสนุนงบประมาณดอกเบี้ยต่ำให้แก่ SMEs ในโครงการ Low Carbon Cities เพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตสู่เทคโนโลยีสะอาด รองรับอุตฯ Semiconductor และ AI

เสาหลักที่ 2. Personal Vision (Carbon Credit & Net Zero) จัดตั้งตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิตในนิคมอุตสาหกรรม ที่ได้มาตรฐานสากล รองรับระบบ ETS และรับมือมาตรการ CBAM เพื่อบริหารจัดการต้นทุนคาร์บอนอย่างมีประสิทธิภาพ
เสาหลักที่ 3. Law Reform (ปลดล็อกขีดความสามารถการแข่งขัน) ปฏิรูปข้อบังคับและกฎหมายให้
เสาหลักที่ 4. People Engagement & Environmental Surveillance ยกระดับการเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำขั้นสูงสุด ผ่านระบบตรวจวัดออนไลน์ (BOD/COD Online) หรือ "ตาอัจฉริยะ" ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมบูรณาการข้อมูลร่วมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เพื่อป้องกันการลักลอบปล่อยน้ำเสียสู่ชุมชนอย่างเด็ดขาด

นายวราวุธ กล่าวว่า ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทาย ผ่านร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพพูมิอากาศ ที่กำหนดให้การรายงานก๊าซเรือนกระจกเป็นภาคบังคับ โอกาสใหม่ๆ เหล่านี้คือความท้าทายและความยั่งยืนจึงได้กลายเป็นโจทย์สำคัญของภาคอุตสาหกรรมยุคใหม่ ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากทั่วโลกด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่เข้มแข็ง ทำเลที่ตั้งซึ่งได้เปรียบ ทางกนอ. มีความพร้อมให้ความร่วมมือกับภาคเอกชน ภาคประชาชน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
นายวราวุธ ระบุว่า พร้อมกันนี้เราไม่ได้มุ่งหวังเพียงแค่การลดภาวะโลกร้อนเท่านั้น แต่ต้องการขับเคลื่อนกฎหมาย Low Carbon ให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่ Global Value Chain ซึ่งการที่กนอ. มีระบบคาร์บอนเครดิตที่ได้รับความยอมรับจากเวิลด์แบงค์ (World Bank) จะเป็นแต้มต่อที่สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนทั่วโลกตัดสินใจเลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลัก
ด้าน นายยุทธศักดิ์ สุภสร ประธานกรรมการ กนอ. กล่าวเสริมว่า กนอ. พร้อมรับนโยบาย ONE MIND มาถ่ายทอดสู่แผนปฏิบัติการที่เน้นผลสัมฤทธิ์ โดยมุ่งยกระดับธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance) และการปฏิรูประเบียบปฏิบัติให้เอื้อต่อการลงทุนยุคใหม่ตามมาตรฐาน OECD นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของห่วงโซ่การผลิตไทย และสานต่องานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทั้งในพื้นที่ EEC และการพัฒนา Smart Port มาบตาพุด
ขณะที่ นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ กนอ. ระบุว่า กนอ. จะเร่งขับเคลื่อนแผนงาน 5 Quick Win ให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ได้แก่ การพัฒนาระบบ Smart Grid และ Waste Close Loop ในนิคมอุตสาหกรรมเพื่อลดต้นทุนและมุ่งสู่ Zero Waste พร้อมยกระดับสาธารณูปโภครองรับอุตสาหกรรมปลายน้ำที่มีมูลค่าสูง (Downstream Industry) และเปลี่ยนนิคมอุตสาหกรรมสู่เมืองอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon City) โดยนำเทคโนโลยีคลาวด์อัจฉริยะมาใช้บริหารจัดการข้อมูลและบริการแบบ One Stop Service