รมช.คมนาคมหนุน บวท.เร่งนำเทคฯใช้บริหารจราจรทางอากาศรองรับเที่ยวบินดันไทยเป็น Aviation Hub

ข่าวเศรษฐกิจ Friday May 1, 2026 12:48 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

รมช.คมนาคมหนุน บวท.เร่งนำเทคฯใช้บริหารจราจรทางอากาศรองรับเที่ยวบินดันไทยเป็น Aviation Hub

นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่าเป็นอีกปีที่ท้าท้ายของ บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ในการขับเคลื่อนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการให้บริการการเดินอากาศของประเทศไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค (Aviation Hub) โดยครอบคลุมการพัฒนาระบบอุปกรณ์ เทคโนโลยี ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรให้เป็นไปตามมาตรฐาน และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตของปริมาณเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น และการพัฒนาอุตสาหกรรมการบินให้ยั่งยืน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อภาคการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

รมช.คมนาคมหนุน บวท.เร่งนำเทคฯใช้บริหารจราจรทางอากาศรองรับเที่ยวบินดันไทยเป็น Aviation Hub
"ในฐานะที่ บวท. เป็นหน่วยงานผู้ให้บริการการเดินอากาศของประเทศ การบริหารน่านฟ้า จึงถือเป็นภารกิจที่สำคัญ เพราะเกี่ยวข้องทั้งในมิติความมั่นคง และเศรษฐกิจ ตลอดจนความเชื่อมั่นในการเดินทาง ดังนั้นจึงจำเป็นอยางยิ่งที่จะต้องยกระดับมาตรฐาน และบริการการเดินอากาศด้วยความปลอดภัย"รมช.คมนาคม กล่าว

นายสุรชัย หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เปิดเผยว่า บวท. พร้อมดำเนินงานตามกรอบนโยบายกระทรวงคมนาคม โดยเร่งนำระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาเพิ่มประสิทธิภาพ การให้บริการจราจรทางอากาศ อาทิ การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานการให้บริการการเดินอากาศ THAILAND MODERNIZATION CNS/ATM SYSTEM (TMCS) เพื่อเพิ่มศักยภาพการรองรับเที่ยวบินของประเทศไทยให้สอดคล้องกับปริมาณจราจรทางอากาศในอนาคต การพัฒนาประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการให้บริการจราจรทางอากาศ ด้วยระบบ Digital Tower ในรูปแบบ Hybrid สำหรับสนามบินที่มีปริมาณเที่ยวบินหนาแน่น เช่น สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง และในรูปแบบ Remote Tower สำหรับสนามบินที่มีปริมาณเที่ยวบินไม่หนาแน่น เช่น สนามบินนราธิวาส สนามบินเบตง

นอกจากนี้ได้จัดเตรียมความพร้อมเพื่อให้บริการการเดินอากาศ ณ สนามบินอู่ตะเภาให้มีโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งทางอากาศเพียงพอสำหรับรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และการออกแบบการพัฒนาห้วงอากาศสำหรับสนามบินที่มีความซับซ้อนของการจราจรทางอากาศ (Metroplex) 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มสนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง อู่ตะเภา , กลุ่มสนามบินภูเก็ต กระบี่ อันดามัน (พังงา) และกลุ่มสนามบินเชียงใหม่ ลำปาง ล้านนา (ลำพูน) ซึ่งจะทำให้โครงสร้างพื้นฐานการเดินอากาศของประเทศไทยมีศักยภาพยิ่งขึ้น รวมถึงการปรับปรุงเส้นทางบินและการออกแบบห้วงอากาศ โดยจัดทำเส้นทางบินใหม่ ปรับปรุงจากเส้นทางบินรูปแบบทางเดียว (Single Route) ให้เป็นเส้นทางบินคู่ขนาน (Parallel Routes) ทั้งเส้นทางบินภายในประเทศและระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับปริมาณเที่ยวบิน

นอกจากนี้ บวท. ได้ตระหนักถึงการให้บริการจราจรทางอากาศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้แนวคิด Green Air Traffic Management (Green ATM) ตามแนวทางขององค์กรผู้ให้บริการการเดินอากาศสากล (Civil Air Navigation Services Organization : CANSO) โดยล่าสุด บวท. ได้รับการรับรองมาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับ 2 (CANSO Green ATM Level 2 ถือเป็นผู้ให้บริการการเดินอากาศรายแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ได้รับรางวัลนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินงานด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมการบินทั่วโลก นอกจากนี้ บวท. ยังมีนโยบายสนับสนุนสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยจัดกิจกรรมเพื่อรณรงค์ให้ความรู้ ความเข้าใจเพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และปัจจัยอันตรายทางการบินพร้อมบูรณาการสร้างเครือข่ายกับชุมชนโดยรอบสนามบินในโอกาสครบรอบการดำเนินงานปีที่ 78 ของ วิทยุการบินฯ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ