BAY คาดกรอบบาทสัปดาห์นี้ 32.30-33.00 จับตาราคาน้ำมันโลก-ข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯ

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday May 5, 2026 10:52 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

BAY คาดกรอบบาทสัปดาห์นี้ 32.30-33.00 จับตาราคาน้ำมันโลก-ข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯ

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ประเมินทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.30-33.00 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 32.61 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 32.27-32.86 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 1 เดือน เงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ แม้ในช่วงแรกอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบหลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ส่วนธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คงดอกเบี้ยที่ 3.50-3.75% แต่กรรมการ 3 ราย คัดค้านการส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายในแถลงการณ์ ท่ามกลางความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ นอกจากนี้ นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด กล่าวว่า จะดำรงตำแหน่งในคณะผู้ว่าการ (Board of Governors) หลังจากหมดวาระประธานเฟดในเดือนพ.ค.นี้ ซึ่งลดโอกาสที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะปรับดุลอำนาจเฟดในระยะสั้น

ด้านธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) คงดอกเบี้ย โดยเงินดอลลาร์พลิกอ่อนค่าท้ายสัปดาห์ หลังญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทย 498 ล้านบาท แต่ขายพันธบัตร 3,636 ล้านบาท

สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ BAY มองว่า ตลาดจะติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง ข้อมูลจ้างงานเดือนเมษายนของสหรัฐฯ รวมถึงการแทรกแซงเพื่อพยุงค่าเงินเยนของทางการญี่ปุ่น ซึ่งนักลงทุนคาดว่าปฏิบัติการในสัปดาห์ที่ผ่านมา อาจมีมูลค่าราว 3.2-3.8 หมื่นล้านดอลลาร์ ใกล้เคียงกับการแทรกแซงในเดือนเม.ย. 67 และต.ค. 65

อย่างไรก็ดี การที่ค่าเงินเยนจะฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืนหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับว่าเฟดจะผ่อนคลายนโยบายหรือไม่ และ BOJ จะสามารถขึ้นดอกเบี้ยได้ตามคาดหรือไม่ โดยในกรณีฐาน มองว่า BOJ จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมิ.ย. และธ.ค. ปีนี้ ควบคู่กับการคลายความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นสมมติฐานสำคัญสำหรับมุมมองค่าเงินเยนในช่วงครึ่งปีหลัง

ในส่วนของปัจจัยในประเทศ หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คงดอกเบี้ยด้วยมติ 6 ต่อ 0 และประเมินว่าเศรษฐกิจถูกกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง โดยคาดว่าการบริโภคภาคเอกชน จะอ่อนแรงตามรายได้ที่ชะลอลง และค่าครองชีพที่สูงขึ้น ส่วนภาคส่งออกได้แรงหนุนจากอุปสงค์สินค้าเทคโนโลยี และ กนง.คาดว่าเงินเฟ้อจะเกินขอบบนของกรอบเป้าหมายที่ 3% ชั่วคราว เรามองว่า กนง.จะคงดอกเบี้ยตลอดช่วงที่เหลือของปี 69 ขณะที่การขึ้นดอกเบี้ย จะกระทบกลุ่มเปราะบาง ส่วนการลดดอกเบี้ย จะเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ