"ปชป." เตรียมยื่นศาล รธน. สอบ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้ขัดกฎหมาย-ทำลายวินัยการคลัง

ข่าวการเมือง Tuesday May 5, 2026 18:46 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงภายหลังการประชุม สส. พรรคว่า จากกรณีคณะรัฐมนตรี มีมติออก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 4 แสนล้านบาท นั้น พรรค ปชป.ได้หารือกันภายใน และมีมติว่าการออก พ.ร.ก.ครั้งนี้ ไม่น่าจะชอบตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ และจะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาความเหมาะสม ความถูกต้อง และการใช้อำนาจโดยรัฐบาลในการที่จะออก พ.ร.ก. กู้เงินครั้งนี้

นายกรณ์ ระบุว่า ในปีงบประมาณ 2570 รัฐบาลเสนอว่าจะมีรายจ่ายมากกว่ารายได้ ถึงเกือบ 8 แสนล้านบาท ซึ่งเพดานเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลตาม พ.ร.บ.หนี้สาธารณะ ได้กำหนดไว้ว่า รัฐบาลไม่สามารถที่จะกู้ได้มากกว่า 8 แสนล้านบาท ทุกรัฐบาลมีข้อจำกัดนี้มาโดยตลอด ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ไม่มีรัฐบาลไหนสามารถที่จะใช้เงินเกินตัว หรือไปหยิบเงินในอนาคตของพี่น้องประชาชนมาใช้ได้เกินความเหมาะสม และก็เป็นเหตุผลที่ทำให้จนถึงทุกวันนี้ สถานะทางการคลังของประเทศไทยถือว่าค่อนข้างมั่นคง

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า การออก พ.ร.ก.กู้เงินในอดีต เป็นเพราะมีวิกฤตที่มีผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เช่น ในปี 2565 ที่มีการออก พ.ร.ก. กู้เงินเพื่อที่จะมาแก้ปัญหาวิกฤตโควิด จะเห็นว่าในแต่ละครั้ง มีสภาวะวิกฤตที่มีผลทำให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ติดลบทุกครั้ง ในแต่ละครั้งมีความจำเป็นเร่งด่วนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะไม่มีเงินจากช่องทางอื่นที่รัฐบาลสามารถที่จะใช้ได้ นอกจากการออก พ.ร.ก. กู้เงิน

ขณะที่สถานการณ์ปัจจุบัน ประชาชนเดือดร้อนเรื่องปัญหาน้ำมันแพง ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน แต่รัฐบาลมีทางเลือกอื่น และจากการประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจปีนี้ แม้จะมีสงครามตะวันออกกลาง แต่ก็การคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ 1.5% ยังไม่ติดลบ

ดังนั้น พรรคประชาธิปัตย์ อยากเสนอกลับไปทางรัฐบาลว่า แทนที่จะออก พ.ร.ก.ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญแล้ว รัฐบาลควรที่จะเร่งในการที่จะออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณ อย่างที่รัฐบาลได้พูดไว้หลายอาทิตย์ หลายเดือนแล้ว แต่ยังไม่มีการดำเนินการ และล่าสุด รมว.คลัง ระบุว่า จะมีการโอนงบประมาณได้เพียง 5 หมื่นล้านบาท จึงอยากถามว่าทำไมถึงทำได้แค่นั้น แต่ถึงอย่างไรก็แล้วแต่ ยังมี 5 หมื่นล้านบาทอยู่ในมือที่สามารถที่จะใช้กับโครงการที่รัฐบาลมองว่าจะเร่งด่วนมากกว่ารายการเดิมในงบประมาณฉบับปัจจุบัน

"ในงบประมาณปี 69 เพดานเงินกู้ยังมีช่องว่างเหลือให้รัฐบาลสามารถกู้เพิ่มเติมได้ โดยการออก พ.ร.บ.งบกลางปี ซึ่งช่องว่างนั้นถึงแม้จะไม่มาก แต่ก็เป็นหลักหมื่นกว่าล้านบาท สามารถที่จะเอามาบวกกับตัว 5 หมื่นล้าน ที่โอนมาจากรายการอื่น ๆ เป็นเงินหน้าตักให้กับรัฐบาลใช้ในช่วงระหว่างนี้ จนถึงวันที่งบประมาณฉบับใหม่ ปี 70 มีผลบังคับใช้ ณ วันที่ 1 ต.ค.ได้" รองหัวหน้า ปชป.ระบุ

นายกรณ์ กล่าวว่า พรรคฯ เคยนำเสนอให้กระทรวงการคลังลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ลงลิตรละ 7 บาท ถ้ารัฐบาลได้ดำเนินการตามนี้ จะใช้เงินน้อยกว่าการออก พ.ร.ก. กู้เงินเพิ่มเติมด้วยซ้ำ ซึ่งจะทำให้พี่น้องประชาชนไม่เดือดร้อนเทียบเท่ากับที่เดือดร้อนอยู่ในปัจจุบัน

"เรื่องนี้เรายอมไม่ได้ เราจะเดินหน้าในการที่จะยื่นให้กับศาลรัฐธรรมนูญได้มีโอกาสได้พิจารณาว่า การปฏิบัติของรัฐบาลตามมติ ครม. ที่มีในวันนี้ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นประโยชน์หรือเป็นภัยต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ เป็นประโยชน์หรือเป็นภัยต่อความอยู่ดีกินดีในปัจจุบัน และอนาคตของพี่น้องประชาชน" นายกรณ์ กล่าว

ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธาน สส. กล่าวเสริมว่า พรรคฯ ไม่ได้มีเจตนาที่จะไปขัดขวางการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนของรัฐบาล เพราะเรายังเห็นว่าในรายละเอียดของ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งนั้นแม้จะพูดถึงการประคับประคองระบบเศรษฐกิจ และช่วยเหลือประชาชนก็ตาม เช่น เรื่องการจัดหาปัจจัยการผลิต เรื่องปุ๋ย หรือแม้กระทั่งแต่โครงการอื่นที่จะใช้แหล่งเงินอื่นอย่างที่นายกรณ์ ได้พูดถึงได้อยู่แล้ว

แต่อีกส่วนหนึ่ง ซึ่งเราเห็นว่าเป็นเรื่องที่ขัดเรื่องของความฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วนอย่างชัดเจน คือ เรื่องการปรับโครงสร้างพลังงาน ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วนแน่นอน แต่ใช้เงินนับแสนล้านบาท และต้องไปออกเป็น พ.ร.ก.กู้เงิน เพราะฉะนั้นการขัดเงื่อนไขของการออกพระราชกำหนดของรัฐบาลในครั้งนี้ เป็นหน้าที่ที่จะต้องทำให้เกิดความกระจ่างชัดโดยฝ่ายของพรรคประชาธิปัตย์

สำหรับการยกร่างหนังสือที่จะยื่นให้กับศาลรัฐธรรมนูญนั้น ได้มีการดำเนินการแล้ว แต่เนื่องจากการลงลายมือชื่อเพื่อที่จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญนั้ นต้องใช้ถึง 1 ใน 5 ก็คือ 100 คน ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์มี สส. 21 เสียง ดังนั้นจึงต้องขอเสียงเพิ่มเติมจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน เช่น พรรคประชาชน และพรรคกล้าธรรม ซึ่งจะได้มีการประสานงานกันต่อไป

"อยากจะชี้แจงไว้ให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจว่า เรื่อง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน จะเป็นภาระให้กับลูกหลานของเราในอนาคต รัฐบาลต้องทำด้วยความรับผิดชอบ และต้องมีความฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วนที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้จริง ๆ แต่เรื่องนี้ สามารถดำเนินการทางอื่นได้ แต่ไม่เลือกทำ ก็เป็นหน้าที่ที่ต้องทำให้เกิดความกระจ่างชัด" นายสาทิตย์ กล่าว

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ