พาณิชย์ลุยตรวจร้านชุดนร. ก่อนเปิดเทอม พร้อมเดินหน้าโครงการ "Back To School 2026"

ข่าวเศรษฐกิจ Monday May 11, 2026 15:35 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

พาณิชย์ลุยตรวจร้านชุดนร. ก่อนเปิดเทอม พร้อมเดินหน้าโครงการ

นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบร้านจำหน่ายชุดนักเรียน ย่านวงเวียนใหญ่ เขตธนบุรี กรุงเทพฯ ว่า ตามที่กรมการค้าภายใน ได้ Kick off โครงการไทยช่วยไทยพลัส : เปิดเทอมใหญ่ สบายกระเป๋า Back to school 2026 ไปแล้ว โดยมีผู้ประกอบการหลายภาคส่วน ให้ความร่วมมือในการลดราคาเครื่องแบบชุดนักเรียน และอุปกรณ์การเรียนที่เกี่ยวข้อง

โดยวันนี้ กรมการค้าภายใน ได้มาตรวจเยี่ยมและติดตามโครงการดังกล่าว ที่ร้านจำหน่ายชุดนักเรียนรายสำคัญ ได้แก่ บริษัท ธนบุรีศึกษา จำกัด, ร้าน ส.ช้างศึกษา และห้างตราสมอ โดยพบว่าร้านค้าให้ความร่วมมือในการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ปกครอง ตามโครงการดังกล่าว และยังคงจำหน่ายสินค้าในราคาเดิม ซึ่งใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา แม้มีปัจจัยต้นทุนขนส่งเพิ่ม แต่หากเป็นสินค้าจากสต็อกเดิม ร้านยังคงจำหน่ายในราคาเดิม อีกทั้งยังมีโปรโมชั่นส่วนลดอุปกรณ์การเรียน และบริการที่เกี่ยวข้อง เช่น ปักชื่อ หรืออักษรย่อโรงเรียนฟรีอีกด้วย

พาณิชย์ลุยตรวจร้านชุดนร. ก่อนเปิดเทอม พร้อมเดินหน้าโครงการ

ทั้งนี้ จากข้อมูลการติดตามของกรมการค้าภายใน ช่วงต้นเดือนพ.ค.69 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้งห้างสรรพสินค้า ตัวแทนจำหน่าย และร้านค้าทั่วไป พบว่าราคาจำหน่ายเครื่องแบบนักเรียน ส่วนใหญ่ยังทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน เช่น เสื้อเชิ้ตนักเรียนชาย ตราสมใจนึก ราคา 215-360 บาทต่อตัว กางเกงนักเรียนชาย ตราท็อปสัน ราคา 325-375 บาทต่อตัว และเสื้อนักเรียนหญิง ตราสมใจนึก ราคา 165-360 บาทต่อตัว

ขณะที่บางรายการมีการปรับขึ้นเล็กน้อย เช่น เสื้อเชิ้ตนักเรียนชาย ตราน้อมจิตต์ จากเดิม 139-300 บาทต่อตัว เป็น 179-290 บาทต่อตัว กางเกงนักเรียนชาย ตราสมใจนึก จากเดิม 220345 บาทต่อตัว เป็น 285345 บาทต่อตัว และเสื้อนักเรียนหญิง ตราสมอ จากเดิม 185-310 บาทต่อตัว เป็น 185-315 บาทต่อตัว

พาณิชย์ลุยตรวจร้านชุดนร. ก่อนเปิดเทอม พร้อมเดินหน้าโครงการ

อย่างไรก็ตาม ยังมีบางรายการที่ปรับราคาลดลง เช่น กางเกงนักเรียนชาย ตราสมอ จากเดิม 260-375 บาทต่อตัว ลดเหลือ 238-350 บาทต่อตัว และกระโปรงนักเรียนหญิง ตราสมอ จากเดิม 255-419 บาทต่อตัว ลดเหลือ 242-419 บาทต่อตัว สะท้อนว่าภาพรวมราคายังอยู่ในระดับที่ผู้ปกครองสามารถเลือกซื้อได้ตามความเหมาะสม

"ปีนี้ กำลังซื้อของประชาชนชะลอลง จากภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพ ทำให้หลายครอบครัวระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น บางส่วนเลือกใช้ชุดนักเรียนเดิม หรือซื้อเฉพาะที่จำเป็น กรมการค้าภายใน จึงเร่งดูแลทั้งเรื่องราคา และโปรโมชั่น เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงเปิดเทอม" นายจิรวุฒิ กล่าว

พร้อมระบุว่า กรมการค้าภายใน ยังเดินหน้าโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส : เปิดเทอมใหญ่ สบายกระเป๋า" Back To School 2026 ระหว่างวันที่ 30 เม.ย. - 31 พ.ค.69 มีผู้ประกอบการเข้าร่วม 49 ราย ครอบคลุมสินค้าและบริการด้านการศึกษากว่า 1,000 รายการ ลดสูงสุด 86% คาดช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชนได้ไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท

นายจิรวุฒิ กล่าวด้วยว่า สำหรับผู้ปกครองในต่างจังหวัด กรมการค้าภายใน ได้ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัด จัดกิจกรรม "ไทยช่วยไทย พลัส : Back To School 2026" ในหลายพื้นที่ที่ประสานงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการแล้ว เช่น ฉะเชิงเทรา เพชรบูรณ์ และแม่ฮ่องสอน เป็นต้น เพื่อให้ผู้ปกครองเข้าถึงสินค้าราคาประหยัดได้สะดวกมากขึ้น โดยนอกจากชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียน ยังมีสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นต่อครัวเรือน เช่น น้ำมันพืช น้ำตาล ไข่ไก่ และสินค้าอุปโภคบริโภคอื่น ๆ มาจำหน่ายในราคาพิเศษ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนในช่วงเปิดภาคเรียน

ทั้งนี้ กรมการค้าภายใน ได้กำชับผู้ประกอบการให้ปิดป้ายแสดงราคาสินค้าให้ชัดเจน และจำหน่ายตรงตามราคาที่แสดงไว้ หากพบว่าไม่ปิดป้ายราคา มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และหากจงใจขายสินค้าแพงเกินสมควร มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

"กรมการค้าภายใน จะติดตามสถานการณ์ราคาอย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลให้ประชาชนซื้อสินค้าได้ในราคาที่เป็นธรรม และสร้างความมั่นใจว่าไม่มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินสมควร หากประชาชนพบการจำหน่ายสินค้าไม่เป็นธรรม หรือฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน โทร. 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ" รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าว


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ