นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐบาล ออก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ (พ.ร.ก.กู้เงินฯ) วงเงิน 4 แสนล้านบาท นั้นว่า ฝ่ายค้านไม่ใช่ไม่เห็นด้วยทั้งหมดกับการที่รัฐบาลออก พ.ร.ก.กู้เงินฯ ดังกล่าว โดยสิ่งที่ฝ่ายค้านไม่เห็นด้วย เพราะมองว่าการกู้เงินเพื่อนำมาใช้ปรับโครงสร้างเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศนั้น ยังเป็นเรื่องที่สามารถรอได้ ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนหรือจำเป็นที่จะต้องกู้เงินในขณะนี้ เพราะในเรื่องการปรับโครงสร้างพลังงานนั้น ประเทศไทยก็ไม่ได้มีการปรับโครงสร้างในเรื่องนี้มายาวนานมาก ดังนั้นจึงมองว่าไม่ได้เป็นความจำเป็นเร่งด่วน นี่คือสิ่งที่ฝ่ายค้านมอง ในขณะที่รัฐบาลมองว่า หากเร่งทำได้เลย ก็จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศในอนาคต
ดังนั้น จึงเป็นเรื่องของมุมมองที่ต้องตีความ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วมองว่ายังเป็นสิ่งที่รอได้ แต่ทั้งนี้ไม่ขอนิยามว่า "เร่งด่วน" หรือ "ไม่เร่งด่วน" ซึ่งการที่รัฐบาลบอกว่าเป็นความจำเป็นเร่งด่วน คงต้องมาพิจารณาดูว่ารัฐบาลใส่ความจำเป็นเร่งด่วนไว้ตรงส่วนไหน ซึ่งรัฐบาลอาจจะบอกเราไม่ครบ
"รัฐบาลบอกข้อมูลครบหรือยังในความเร่งด่วน เหตุผลของความเร่งด่วน มีเหตุผลอะไรรองรับ เช่น ความเร่งด่วน เพราะจะมีผลกระทบต่อการขาดดุลการค้าในระยะยาว หมายความว่า นับจากนี้ถ้าน้ำมันแพงมาก รัฐบาลจะต้องเอาเงินตราต่างประเทศไปซื้อน้ำมันเข้ามา ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจทรุด ถ้าตีความแบบนี้ น่าจะมองว่าเป็นความเร่งด่วน แต่ถ้าเป็นกรณีการปรับโครงสร้างพลังงานในอีก 5-6 เดือนในอนาคต อาจจะทำให้ตีความได้ว่า รอได้ เหมือนที่ฝ่ายค้านบอกว่าทำไมไม่จัดสรรงบประมาณปกติ
ดังนั้น เราไม่ทราบเบื้องลึกของการเร่งด่วน จะเกิดมรรค เกิดผลกับประเทศไทยในมิติไหน และมีผลเร็วแค่ไหน เพราะถ้าเทียบเคียงกับไทยช่วยไทย พลัส จะมีผลทันที ในมิ.ย. ดังนั้นเม็ดเงินจากการปรับโครงสร้างจะมีผลของการใช้เงินเมื่อไร ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลอาจยังไม่ได้บอก ดังนั้น การตีความคำว่าเร่งด่วนจึงตีความลำบาก เพราะเรายังไม่เห็นถึงวันที่ใช้ เวลาที่ใช้ ผลที่ใช้ มันจำเป็นแค่ไหน" นายธนวรรธน์ กล่าว