ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 32.40 แกว่งแคบ รอปัจจัยใหม่ คาดกรอบพรุ่งนี้ 32.25 - 32.50

ข่าวเศรษฐกิจ Wednesday May 13, 2026 17:33 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 32.40 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าเล็ก น้อยจากช่วงเช้า ที่เปิดตลาดที่ระดับ 32.37 บาท/ดอลลาร์

โดยระหว่างวัน เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 32.31-32.40 บาท/ดอลลาร์ แกว่งค่อนข้างแคบ และมีอ่อนค่าไปบ้างในบาง ช่วง จากที่ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ รายงานอัตราเงินเฟ้อในเดือนเม.ย.ขึ้นไปอยู่ที่ 3.8% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ พ.ค.66

ทั้งนี้ คาดว่าเงินบาทจะยังเคลื่อนไหวในกรอบนี้ไปก่อน เพื่อรอดูปัจจัยใหม่ ขณะที่คืนนี้ ตลาดรอติดตามการรายงานดัชนีราคาผู้ ผลิต (PPI) เดือนเม.ย.ของสหรัฐฯ รวมทั้งยังติดตามสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน ที่ยังมีความไม่แน่นอน

"เงินบาทก็น่าจะอยู่ที่ระดับ 32 กลาง ๆ ไปก่อน รอดูปัจจัยใหม่" นักบริหารเงิน ระบุ

นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.25 - 32.50 บาท/ดอลลาร์

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยน อยู่ที่ระดับ 157.86 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 157.67 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1700 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1736 ดอลลาร์/ยูโร
  • ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,517.26 จุด เพิ่มขึ้น 33.70 จุด (+2.27%) มูลค่าการซื้อขาย 67,660.51 ล้านบาท
  • สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 3,316.10 ลบ. (SET+MAI)
  • นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ระบุว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2569 ยัง
ได้รับปัจจัยหนุนจากการลงทุน โดยล่าสุด ยอดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่เป็นการลงทุนจริงในไตรมาสแรกของปีนี้ ขยาย
ตัวถึง 18% คิดเป็นวงเงินราว 2.6 แสนล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ธุรกิจไทยเร่งปรับตัวเพื่อคว้าโอกาส และก้าวข้ามสู่
อุตสาหกรรมใหม่ได้ดีมาก การเร่งปลดล็อกกฎกติกาผ่านโครงการ Thailand FastPass ทำให้เห็นชัดเจนว่าการลงทุน จะเป็นตัวขับ
เคลื่อนเศรษฐกิจหลักในระยะต่อไปได้
  • ธปท. คาด อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (CPI) มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 4-5% ในช่วงที่เหลือของปีนี้ ซึ่งจะสูงเกินกว่า
กรอบเป้าหมายนโยบายการเงิน (ที่ 1-3%) ไปอีกราว 3-4 ไตรมาส ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ไม่ได้ปรับสูงขึ้นมาก
เนื่องจากกำลังซื้อของประชาชนยังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้มีความเสี่ยงจำกัดที่จะเกิด second round effect จากเงินเฟ้อ และแม้เงิน
เฟ้อจะขึ้นไปอยู่ที่ 4-5% ภายใต้สถานการณ์ที่เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำ แต่ก็ยังไม่เห็นสัญญาณการเกิดภาวะ Stagflation
  • ธปท. ระบุ ตามที่รัฐบาลได้ออก พ.ร.ก.กู้เงินฯ วงเงิน 4 แสนล้านบาท คาดว่าจะช่วยผลักดัน GDP ของไทยในปีนี้ให้
เพิ่มขึ้นอีก 0.6% จากในกรณีฐาน ที่คาดว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวได้ 1.5% ทั้งนี้ การประมาณการเศรษฐกิจไทยดังกล่าว ได้รวมผล
จากการกู้เงินในส่วนของ 2 แสนล้านบาทแรก ที่จะนำมาใช้ในโครงการคนละครึ่ง พลัส และการเพิ่มวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไว้แล้ว
  • ธปท. ระบุ ดอกเบี้ยนโยบายในปัจจุบันที่ 1% ถือว่าอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ และอาจจะมาถึงจุดที่ใกล้ขีดจำกัดของ
นโยบาย โดยโอกาสที่จะต่ำมากกว่านี้ไม่ได้มีเยอะมาก ดังนั้น การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ดี ในระยะข้างหน้า
จะต้องอาศัยสิ่งที่นอกเหนือจากนโยบายการเงิน คือ นโยบายการคลัง และการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ
  • ธนาคารกลางฝรั่งเศส ได้ทำการสำรวจความเห็นของบรรดาผู้นำธุรกิจจำนวน 8,500 ราย โดยพบว่า เศรษฐกิจของ
ฝรั่งเศสเริ่มส่งสัญญาณการชะลอตัวลง เนื่องจากผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ฉุดรั้งการเติบโตและทำให้แรงกดดันด้าน
เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นด้วย
  • รมว.คลังรัสเซีย กล่าวว่า ขณะนี้การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ได้ก่อให้เกิดวิกฤตพลังงานโลกแล้ว และอาจนำไปสู่ราคาอาหาร
และปุ๋ย ที่สูงขึ้น รวมถึงภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยในอนาคตอันใกล้นี้
  • องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) คาดว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตรา
ดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้น จากระดับ 0.75% ในปัจจุบัน สู่ระดับ 2% ภายในสิ้นปี 2570 โดยมองว่าอุปสงค์ภายในประเทศที่แข็งแกร่ง จะ
ช่วยให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นรองรับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้
  • สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ เอสแอนด์พี โกลบอล เรทติ้งส์ (S&P Global Ratings) ได้แสดงความเชื่อมั่นว่า
อินเดียจะสามารถรับมือกับแรงกดดันทางการเงินทั่วโลกได้ดี พร้อมระบุว่า กระแสความวิตกกังวลเกี่ยวกับเม็ดเงินทุนต่างชาติไหลออกนั้น
ถือเป็นความกังวลที่มากเกินไป
  • ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่จะมีการรายงานในช่วงที่เหลือของสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนเม.

ย., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดค้าปลีกเดือนเม.ย.ดัชนีภาคการผลิต เดือนพ.ค.จากเฟดนิวยอร์ก และ ผลผลิตภาค

อุตสาหกรรมเดือนเม.ย.


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ