นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 32.33 บาท/ดอลลาร์ ใกล้เคียงกับ ช่วงเช้าเปิดตลาดที่ระดับ 32.34 บาท/ดอลลาร์
โดยระหว่างวัน เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 32.31 - 32.37 บาท/ดอลลาร์ เงินบาทยังแกว่งในกรอบแคบ ตลาดรอ ติดตามการพบปะหารือระหว่าง 2 ผู้นำประเทศ คือ "โดนัลด์ ทรัมป์" ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และ "สี จิ้นผิง" ประธานาธิบดีจีน ซึ่งตลาด คาดหวังว่า 2 ผู้นำจะมีการพูดคุยปัญหาสงครามในอิหร่าน ตลอดจนหารือเรื่องการเจรจาการค้า รวมทั้งประเด็นเรื่องไต้หวัน
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ตลาดรอดูในคืนนี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และ ยอดค้าปลีกเดือน เม.ย. ขณะเดียวกัน สถานการณ์ความไม่แน่นอนของสงครามในตะวันออกกลาง ก็ยังเป็นอีกปัจจัยที่ตลาดยังคงจับตาด้วยเช่นกัน
นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้ เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.25 - 32.50 บาท/ดอลลาร์
- ปัจจัยสำคัญ
- เงินเยน อยู่ที่ระดับ 1.57.89 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 157.88 เยน/ดอลลาร์
- เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1700 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1710 ดอลลาร์/ยูโร
- ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,539.12 จุด เพิ่มขึ้น 21.86 จุด (+1.44%) มูลค่าการซื้อขาย 75,021.85 ล้านบาท
- สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 2,879.63 ล้านบาท
- รัฐบาลเตรียมจัดเวทีหารือร่วมระหว่างรัฐบาลกับภาคเอกชน เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน
- ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ขยายระยะเวลาการผ่อนคลายเกณฑ์การกำหนดเพดานอัตราส่วนการปล่อยสินเชื่อต่อ
- บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP GOLD) แนะจับตา 3 ปัจจัย "เจรจาสงคราม-เงินเฟ้อ CPI-การประชุม 2 ขั้วมหา
- โพลสำรวจความเห็นภาคเอกชน เรื่อง "ความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ" พบ ปัญหาคอร์รัปชัน ยังคง
- ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ได้เตือนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ในระหว่างการพบกันที่กรุงปักกิ่งในวันนี้
- ประธานธนาคารกลางเยอรมนี (บุนเดสแบงก์) และสมาชิกคณะกรรมการกำหนดนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (ECB)
- ธนาคารในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อาจจำเป็นต้องเพิ่มการกันสำรองหนี้สูญในระยะใกล้ หลังสงครามอิหร่าน สร้างแรงกดดัน
- สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ (ONS) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจของสหราชอาณาจักร ขยายตัว 0.6% ในไตรมาส 1/69 ซึ่ง
- ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เปิดเผยในรายงานตลาดน้ำมันล่าสุดว่า ปริมาณอุปทานน้ำมันที่หายไปมากขึ้น
อย่างต่อเนื่อง จากพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ กำลังทำให้ปริมาณน้ำมันคงคลังทั่วโลก "ลดลงในอัตราที่รวดเร็วเป็นประวัติการณ์" พร้อมเตือนว่า
ราคาน้ำมันมีแนวโน้มผันผวนมากขึ้น ก่อนเข้าสู่ช่วงความต้องการใช้น้ำมันสูงสุดในฤดูร้อน