นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายแก่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ว่า ได้กำชับให้เร่งรัดโครงการ Quick Win ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างเพื่อแก้ปัญหาการจราจร ลดต้นทุนการเดินทางของประชาชน และยกระดับความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม โดยเฉพาะโครงการทางพิเศษสายพระราม 3 - ดาวคะนอง - วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ด้านตะวันตก เพื่อคืนผิวจราจรบนถนนพระราม 2 โดยจะสามารถเปิดใช้งานทางด่วนได้ตลอดสายโดยไม่เก็บค่าผ่านทางตั้งแต่ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2570 ขณะที่งานระบบ O&M คาดว่าจะติดตั้งเสร็จกลางปี 2570 จึงจะมีการเก็บค่าผ่านทางต่อไป โครงการทางพิเศษสายฉลองรัชส่วนต่อขยาย ช่วงจตุโชติ - ถนนลำลูกกา ให้ก่อสร้างเสร็จตามแผนงาน โดยคำนึงถึง "ความปลอดภัยสูงสุดของประชาชนเป็นสำคัญ"
ส่วนโครงการที่มีความพร้อมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้แก่
- โครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ตระยะที่1ช่วงกะทู้-ป่าตอง จะเดินหน้าเสนอ ครม. ภายในเดือนมิถุนายนนี้ เนื่องจากมีการปรับแบบลดขนาดอุโมงค์จาก 17 เมตรเหลือ 14 เมตร เพื่อให้ค่าก่อสร้างงานโยธาอยู่ในกรอบวงเงินเดิม เนื่องจากค่าก่อสร้างในปัจจุบันเพิ่มขึ้นเนื่องจากระยะเวลาที่เปลี่ยนไป คาดว่าจะเปิดประมูลได้ตัวผู้รับจ้างต้นปี 2570 ส่วนกรณีที่มีแนวคิดจะให้เป็นการใช้ทางฟรี ซึ่งจะต้องโอนโครงการให้กรมทางหลวง ดำเนินการนั้น จะเสียเวลาออกไปอีก ดังนั้นจะเป็นการลดค่าผ่านทางแทน เพื่อช่วยค่าครองชีพให้ประชาชนแทน
- โครงการ โครงข่ายทางพิเศษในแนวฝั่งตะวันออก-ตะวันตก (ถนนงามวงศ์วาน-ถนนประเสริฐมนูกิจ) หรือทางด่วนตอน N1 เดิม ที่ยังติดปัญหาช่วงที่ผ่านมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นายพิพัฒน์กล่าวว่า จะนัดอธิการบดีม.เกษตร รวมถึงสภามหาวิทยาลัยฯหารือด้วยตัวเองเร็วๆนี้ เพื่อหารือถึงข้อกังวลต่างๆ รวมถึงหาทางออกร่วมกัน ในการขอก่อสร้างทางด่วนสายนี้ผ่านหน้าม.เกษตร เพราะจะแก้ปัญหาการจราจรอย่างเป็นระบบ และการก่อสร้างเป็นอุโมงค์ทางด่วนมีค่าก่อสร้างสูงมากเกินไป
- โครงการทางด่วน N2 (หรือโครงการทางพิเศษสายฉลองรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันออก) ระยะทางประมาณ 11.3 กิโลเมตร คาดว่า จะเสนอ บอร์ดกทพ.ในเดือนพ.ค.นี้และเสนอครม. ได้ในเดือนมิ.ย. ยืนยัน เดินหน้าโครงการส่วน N2 ต่อ เนื่องจากกทพ.และวิศกรผูเชี่ยวชาญได้มีการ สำรวจ ตอม่อเดิมบนถนนประเสริฐมนูกิจ (เกษตร-นวมินทร์) แล้วพบว่า ยังมีความแข็งแรง ดังนั้นก็ต้องเร่งเดินหน้า
นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าฯกทพ. กล่าวว่า โครงการทางด่วน สายกะทู้-ป่าตอง นั้น กทพ.มีการจัดทำ TOR เตรียมประมูลไว้แล้ว แต่เนื่องจาก สถานการณ์เศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม ทำให้ราคาน้ำมันและต้นทุนวัสดุปรับเพิ่มประมาณ 10% กทพ.จึงมีการปรับแบบลดขนาดอุโมงค์จาก 17 เมตรเหลือ 14 เมตร เพื่อให้ค่าก่อสร้างงานโยธายังคงอยู่ในกรอบเดิมที่ 1.1 หมื่นล้านบาท แต่หากไม่ปรับลดขนาดอุโมงค์ คาดว่าค่าก่อสร้างจะเพิ่มอีกกว่า 1 พันล้านบาท
ทั้งนี้การลดขนาดอุโมงค์ จะลดในส่วนของไหล่ทางไม่กระทบต่อขนาดความกว้างช่องจราจร และยังคงมีช่องทางสำหรับรถจักรยานยนต์เหมือนเดิม และขนาดอุโมงค์ที่เล็กลง จะมีผลดี ทำให้การก่อสร้างง่ายขึ้น รวมถึงมีเหตุผลเชิงเทคนิคมาตรฐานเรื่องแผ่นดินไหวด้วย
"สาเหตุที่ต้องเสนอครม. เนื่องจากมีการปรับลดขนาดอุโมงค์เหลือ 14 เมตร ซึ่งมติครม.เดิม เห็นชอบที่ 17 เมตร ไว้ จึงต้องเสนอทบทวน โดยจะมีการนำเสนอบอร์ดกทพ.วันที่ 19 พ.ค.นี้พิจารณาก่อน ซึ่งนอกจากลดขนาดอุโมงค์แล้วจะเสนอลดค่าผ่านทางลงด้วยเพื่อช่วยลดภาระเดินทางลงให้ประชาชนในพื้นที่"ส่วนโครงการทางด่วนภูเก็ต ระยะที่ 2 ช่วงเมืองใหม่-เกาะแก้ว-กะทู้ ระยะทาง 30.62 กม. วงเงินลงทุน 46,752 ล้านบาท
โดยโครงการทางด่วนภูเก็ต ทั้ง 2 ระยะ กทพ.มีการออกแบบรายละเอียด (Detail & Design) แล้วมีระยะทาง 34.60 กม. ภาครัฐจะรับผิดชอบงานจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและกทพ.รับผิดชอบดำเนินการออกแบบและก่อสร้างงานโยธา
ส่วนการก่อสร้างงานระบบและการบริหารจัดการและบำรุงรักษา (Operation & Maintenance: O&M) ของโครงการทั้ง 2 ระยะ จะให้เอกชนร่วมลงทุนโครงการ (PPP) ตามพ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนพ.ศ. 2562 ระยะเวลา 30 ปี มีมูลค่ารวมประมาณ 24,800 ล้านบาท เตรียมเสนอคณะกรรมการ PPP และครม.ต่อไป
ผู้ว่าฯกทพ. กล่าวว่า ได้รายงานรมว.คมนาคมในแง่การลงทุนโครงการทางด่วนว่า กทพ.มีแผนการปรับรูปแบบลงทุน จากกทพ.ลงทุนเองทั้งหมด เป็นการใช้เงินจากกองทุน TFF และการร่วมทุนกับเอกชนให้มากขึ้น ประมาณ 70% และส่วนที่รัฐลงทุนเองจะอยู่ที่ประมาณ 30% ซึ่งสนองนโยบายรัฐบาล โดยจะเริ่มที่โครงการทางด่วนสายกะทู้-ป่าตอง โดยจะหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อหาแหล่งเงินและกลไกทางสัญญากองทุน TFF มาดำเนินการต่อไป