BAY คาดบาทสัปดาห์นี้ 32.40-33.10 จับตาพันธบัตรโลก-ปิด "ฮอร์มุซ" ยืดเยื้อ

ข่าวเศรษฐกิจ Monday May 18, 2026 15:44 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

BAY คาดบาทสัปดาห์นี้ 32.40-33.10 จับตาพันธบัตรโลก-ปิด

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ประเมินทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.40-33.10 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 32.65 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 32.28-32.67 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินสำคัญ ขณะที่การเจรจายุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซยังไม่คืบหน้า

รวมถึงตลาดปรับมุมมองต่อแนวโน้มดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลังตัวเลขเงินเฟ้อออกมาแข็งแกร่งเกินคาด โดยดัชนีราคาผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 3.8% ในเดือนเม.ย. ขณะที่เงินเฟ้อผู้ผลิต พุ่งขึ้น 6.0% นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นอีกครั้ง ซึ่งเพิ่มความปั่นป่วนในตลาดพันธบัตรโลก

ขณะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซ "อาจไม่จำเป็นต้องเปิดเลยก็ได้" ตอกย้ำความกังวลของนักลงทุนที่ว่าการปิดช่องแคบจะยืดเยื้อกว่าที่เคยคาดไว้ ด้านเงินปอนด์ เผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมจากความไม่แน่นอนทางการเมือง และความเสี่ยงทางการคลังในสหราชอาณาจักร

ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทย 9,162 ล้านบาท แต่ขายพันธบัตร 11,373 ล้านบาท

สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ BAY มองว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นและพันธบัตรโลก อาจบ่งชี้ความเปราะบางมากขึ้น และหนุนเงินดอลลาร์ต่อเนื่อง หลังจากการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสหรัฐฯ กับจีนสิ้นสุดลง โดยไม่มีความคืบหน้าในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ขณะที่นักลงทุนกังวลว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ขึ้นดอกเบี้ยช้าเกินไป โดยส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น ช่วงอายุ 2 ปี กับ 30 ปี กำลังกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากท่าทีทางนโยบายการเงินของญี่ปุ่นยังผ่อนคลายมาก ทำให้การคงดอกเบี้ยในการประชุมครั้งล่าสุดของ BOJ เริ่มถูกมองว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด

นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ อัตราผลตอบแทนที่แท้จริงอยู่ในระดับต่ำ และยังคงลดลงต่อเนื่องตามเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น การแทรกแซงค่าเงินเยนระลอกใหม่จึงมีแนวโน้มสูง แต่ประสิทธิผลของการแทรกแซง ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของญี่ปุ่น นั่นคืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรโลก ซึ่งกำลังสูงขึ้นท่ามกลางความวิตกที่ว่า ภาวะหยุดชะงักของอุปทานพลังงาน อาจยืดเยื้อกว่าที่เคยประเมินไว้

สำหรับปัจจัยในประเทศ ตลาดให้ความสนใจกับรายงาน GDP ไตรมาส 1/69 จากสภาพัฒน์ ขณะที่ในภาพรวม การเคลื่อนไหวของราคาทองคำและน้ำมันดิบ ยังคงเป็นประเด็นชี้นำสำคัญต่อทิศทางค่าเงินบาทในระยะสั้นนี้


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ