ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/69 ขยายตัวสูงกว่าคาดที่ 2.8% YoY และ 0.7% QoQ จากการลงทุนเอกชนและรัฐรวมถึงการบริโภคทั้งรัฐและเอกชน ซึ่งทั้งสองปัจจัยหนุนการเติบโตของ GDP ไตรมาสแรกถึง 4.3% ในอีกด้านหนึ่ง การส่งออกสินค้าและการลงทุนเอกชนที่โตในระดับสูงกว่าที่คาด ถูกชดเชยผลบวกจากการนำเข้าสินค้าที่โตสูงถึง 25.4% YoY นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยยังได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากระดับสินค้าคงคลังที่สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องกับการผลิตภาคอุตสาหกรรมในไตรมาสแรกที่พลิกกลับมาขยายตัวเป็นบวกและผลผลิตภาคเกษตรที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าเนื่องจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย
ท่ามกลางผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เดิมประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 69 ว่าจะขยายตัวได้ในกรอบ 0.8-1.2% (ประมาณการ ณ เดือนเมษายน 69) จากผลกระทบของราคาพลังงานที่สูงขึ้นและภาคท่องเที่ยวที่ชะลอลง อย่างไรก็ดี ตัวเลข GDP ไตรมาส 1/69 ออกมาดีกว่าคาด ประกอบกับโมเมนตัมการลงทุนภาคเอกชนที่แข็งแกร่งกว่าที่ประเมิน รวมถึงแรงหนุนเพิ่มเติมจาก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้มีการทบทวนประมาณการเศรษฐกิจไทย และปรับคาดการณ์ GDP ปี 2569 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.0% จาก 1.2%
อย่างไรก็ดี ดุลการค้าไทยปี 69 คาดว่าจะเกินดุลลดลงจากที่เคยประเมินไว้ และลดลงจากปีก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยการส่งออกปี 2569 คาดว่าจะขยายตัว 8.2% เพิ่มขึ้นจากการประเมินก่อนหน้าท่ามกลางแรงหนุนสำคัญจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ตาม ประมาณการดังกล่าวได้คำนึงถึงความเสี่ยงจากมาตรการการค้าของสหรัฐฯ ที่อาจมีการเรียกเก็บภาษีนำเข้าภายใต้มาตรา 301 กับสินค้าไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 69 เป็นต้นไป ขณะเดียวกัน การนำเข้าในปี 69 คาดว่าจะขยายตัวสูงถึง 13.9% สอดคล้องกับการขยายตัวของการส่งออก และการลงทุนภาคเอกชน
นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 69 คาดว่าจะลดลงมาอยู่ที่ราว 30 ล้านคน จากประมาณการเดิมที่ 31.5 ล้านคน เนื่องจากราคาน้ำมันอากาศยาน (Jet Fuel) มีแนวโน้มยังทรงตัวในระดับสูงและกดดันต้นทุนของสายการบินทั่วโลก ซึ่งนำไปสู่การปรับขึ้นค่าโดยสารและกระทบต่อความเชื่อมั่นในการเดินทางของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวระยะไกล