ธปท.เผยสินเชื่อแบงก์พาณิชย์ Q1/69 พลิกโตเล็กน้อย 0.2% รายใหญ่ต้องการเงินหมุนเวียนเพิ่มรับมือศึกตอ.กลาง

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday May 19, 2026 14:53 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ธปท.เผยสินเชื่อแบงก์พาณิชย์ Q1/69 พลิกโตเล็กน้อย 0.2% รายใหญ่ต้องการเงินหมุนเวียนเพิ่มรับมือศึกตอ.กลาง

นายสมชาย เลิศลาภวศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงสรุปภาพรวมธนาคารพาณิชย์ ไตรมาส 1/69 ระบบธนาคารพาณิชย์ มีความมั่นคงและมีเสถียรภาพ ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อรายได้และต้นทุนของทั้งภาคธุรกิจและครัวเรือน จึงต้องติดตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ SMEs และครัวเรือนอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ มาตรการการลดการะหนี้ของทางการและการสนับสนุนสภาพคล่องจากสถาบันการเงินมีส่วนช่วนช่วยบรรเทาปัญหา

ธปท.เผยสินเชื่อแบงก์พาณิชย์ Q1/69 พลิกโตเล็กน้อย 0.2% รายใหญ่ต้องการเงินหมุนเวียนเพิ่มรับมือศึกตอ.กลาง

ในไตรมาส 1/69 สินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ รวมเครือ ขยายตัวได้เล็กน้อย 0.2% โดยสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่กลับมาขยายตัวได้ ส่วนหนึ่งจากความต้องการเงินทุนหมุนเวียนรองรับต้นทุนพลังงานและราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น ขณะที่สินเชื่อ SMEs และสินเชื่ออุปโภคบริโภค ยังหดตัวตามความเสี่ยงด้านเครดิตที่ยังอยู่ในระดับสูง

คุณภาพสินเชื่อโดยรวมทรงตัว โดยปริมาณ New NPL ชะลอลงในทุกพอร์ต ขณะที่สินเชื่อ Stage 2 ปรับลดลง จากการปรับชั้นที่ดีขึ้นของลูกหนี้กลุ่มที่เคยถูกจัดชั้นเชิงคุณภาพ และลูกหนี้บางส่วนกลับมาชำระหนี้ได้

ผลประกอบการระบบธนาคารพาณิชย์ไตรมาส 1/69 ลดลงจากระยะเดียวกันปีก่อน โดยหลักจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง ตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้กับลูกหนี้ สอดคล้องกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายและการช่วยเหลือลูกหนี้ตามมาตรการ "คุณสู้ เราช่วย" ประกอบกับ ธนาคารพาณิชย์บางแห่งกันสำรองเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความไม่แน่นอนจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง

ขณะที่หนี้ครัวเรือนต่อ GDP ในโตรมาส 4/68 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 86.7% ต่อ GDP (ไตรมาส 3/68 อยู่ที่ระดับ 86.4% ต่อ GDP) จากปัจจัยชั่วคราว ทั้งการเร่งใช้จ่ายในกลุ่มเชื่อบัตรเครดิต และการเร่งปล่อยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยในช่วงปลายปี อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือน ที่อาจมีความเปราะบางเพิ่มขึ้น จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง

นายสุโชติ เปี่ยมชล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตรวจสอบแบบจำลองและวิเคราะห์ความเสี่ยงสถาบันการเงิน ธปท. กล่าวว่า การที่สินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ ในไตรมาส 1/69 สามารถกลับมาขยายตัวได้เล็กน้อยที่ 0.2% จากที่ก่อนหน้านี้ติดลบต่อเนื่องกันหลายไตรมาสมาตั้งแต่ปี 67 ไม่ใช่ผลจากความคึกคักทางเศรษฐกิจ แต่เป็นผลมาจากการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ที่กลับมาขยายตัวได้ เพราะความต้องการเงินทุนไปหมุนเวียนในธุรกิจจากที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบต่อทั้งต้นทุน และรายได้ของธุรกิจ

ขณะที่สินเชื่อ SMEs และสินเชื่ออุปโภคบริโภคยังหดตัว ตามความเสี่ยงด้านเครดิตที่ยังอยู่ในระดับสูง

"การที่สินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ กลับมาขยายตัวได้นั้น ไม่ใช่จากเศรษฐกิจที่คึกคัก แต่เป็นเพราะธุรกิจรายใหญ่มีความต้องการสินเชื่อเพิ่มขึ้น เพราะต้องการเงินทุนไปหมุนเวียนธุรกิจ จากที่ได้รับผลกระทบของสงครามตะวันออกกลาง ทำให้ต้องซื้อของแพงขึ้น ต้นทุนการทำธุรกิจสูงขึ้น ซึ่งสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่ เป็นตัวดึงให้สินเชื่อรวมของระบบธนาคารพาณิชย์ เป็นบวกได้ในไตรมาส 1 นี้" นายสุโชติ กล่าว

พร้อมมองว่า จะเห็นแนวโน้มสินเชื่อที่เป็นบวกในลักษณะที่มาจากฝั่ง supply driven เช่นนี้ต่อเนื่องไปอีกระยะ เนื่องจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางยังไม่ยุติ อีกทั้งต้นทุนที่ปรับขึ้นไปก็ยังไม่ปรับลดลงมา จึงทำให้เชื่อว่าธุรกิจขนาดใหญ่จะยังมีความต้องการเงินทุนหมุนเวียนต่อเนื่องไปอีกระยะ และคงจะต้องรอดูว่าจะมีความต้องการสินเชื่อจากกลุ่มธุรกิจอื่นเพิ่มเติมในอนาคตหรือไม่

ส่วนสถานการณ์ด้าน NPL นั้น ภาพรวมถือว่ายังทรงตัว โดยปริมาณ New NPL ชะลอตัวลงในทุกพอร์ต ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่ธนาคารพาณิชย์ ได้ให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ในการปรับโครงสร้างหนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเชิงป้องกัน

ส่วนกรณีที่ในระยะนี้ มีข่าว บจ.เริ่มผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งจะเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความเปราะบางเรื่องความสามารถในการชำระหนี้หรือไม่นั้น นายสุโชติ กล่าวว่า อาจจะยังเห็นสัญญาณความเปราะบางได้ไม่ชัดเจนนัก โดยอาจจะเห็นกับบาง sector ที่ได้รับผลกระทบมากที่จะเริ่มเห็นการผิดนัดชำระไม่เกิน 30 วันเพิ่มขึ้นในบาง sector เท่านั้น แต่เมื่อสถาบันการเงินยื่นมือเข้าไปให้ความช่วยเหลือ หรือเจรจาผ่อนปรน ก็จะทำให้ความน่าเป็นห่วงสามารถบรรเทาลงได้บ้าง แต่ทั้งนี้ ก็ต้องติดตามสถานการณ์ดังกล่าวต่อไปอย่างใกล้ชิด


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ