ททท. ยันตลาดระยะไกลยังแกร่ง เชื่อนทท.กระเป๋าหนักพร้อมคัมแบ็กไทย หากสงครามตอ.กลางสงบ

ข่าวท่องเที่ยว Wednesday May 20, 2026 18:17 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เผยสถานการณ์การท่องเที่ยวตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลในช่วงเดือนม.ค. - เม.ย. 69 ยังคงอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับปี 68 แม้จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ที่ยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ประกอบการประเมินว่า ยอดจองสำหรับช่วงฤดูหนาวปี 69 ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงต้นปี 70 ยังอยู่ในระดับที่ดี และหากสถานการณ์ความไม่สงบกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่ม Quality Leisure จะกลับมาอย่างรวดเร็ว

น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า จากการประชุมหารือร่วมระหว่างรัฐบาลกับภาคเอกชน เพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ททท. เล็งเห็นโอกาสที่จะมีการต่อยอดการทำงานแบบบูรณาการ เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างจริงจังทั้งระบบ โดยปัจจุบันสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกยังคงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้าน Supply Side และต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้นจากราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของสินค้าและบริการทั่วโลก ทุกประเทศต่างได้รับผลกระทบในลักษณะเดียวกัน โดยบรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลกยังอยู่ในภาวะ "Wait & See" นักท่องเที่ยวมีความระมัดระวังมากขึ้นภายใต้ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ระหว่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเชิงลึก จะพบว่าในช่วงเดือนม.ค.-เม.ย. 69 ตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลจากอเมริกา และยุโรป ยังคงมีจำนวนใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปี 68 และในบางตลาดยังคงมีการเติบโต อาทิ ตลาดสแกนดิเนเวีย และยุโรปตะวันออก แม้สถานการณ์ความตึงเครียดจะเริ่มรุนแรงขึ้น ตั้งแต่ต้นเดือนมี.ค. สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย ในฐานะจุดหมายปลายทางระดับคุณภาพ

สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดยังคงรักษาระดับได้ มีดังนี้

1. ช่วงเวลาดังกล่าวเป็น High Season ของตลาดระยะไกล นักท่องเที่ยวยังคงเลือกประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์ทั้งด้านคุณค่า ประสบการณ์ และความคุ้มค่า โดยนักท่องเที่ยวบางส่วนปรับเส้นทางการบิน (Rerouting) ผ่านฮับการบินอื่นแทนตะวันออกกลาง แม้จะมีบางส่วนที่เลื่อนหรือยกเลิกการเดินทางก็ตาม

2. ในมุมมองของนักท่องเที่ยวตะวันตก ประเทศไทยยังคงเป็นประเทศที่สงบ มีบรรยากาศเหมาะสมกับการพักผ่อน และเป็น Holiday Destination ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง

3. ตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ททท. การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกันผลักดันการเปิดเส้นทางบินตรงใหม่ จากทั้งภูมิภาคอเมริกา และยุโรป รวมถึงเพิ่มความสะดวกด้าน Connecting ผ่านฮับสำคัญในยุโรปและอเมริกา ส่งผลให้การเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย มีทางเลือกและความคล่องตัวมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ตลาดตะวันออกกลางได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากสถานการณ์ความขัดแย้ง ไม่ว่าจะเป็นการปิดสนามบิน การยกเลิกเที่ยวบิน และข้อจำกัดด้านการเดินทาง โดยกลุ่ม Leisure ชะลอหรือยกเลิกการเดินทาง ขณะที่กลุ่ม Ultra Luxury กลับเลือกเดินทางเข้ามาพำนักระยะยาวในประเทศไทย เพื่อหลีกเลี่ยงความไม่สงบ

สำหรับช่วงเดือนพ.ค.-ส.ค. เป็นช่วงที่ปกตินักท่องเที่ยวตลาดยุโรปส่วนใหญ่ มักเดินทางภายในกลุ่มประเทศยุโรปกันเอง ประกอบกับความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ และเศรษฐกิจ ส่งผลให้หลายสายการบินลดจำนวนเที่ยวบินลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ Seat Capacity เข้าสู่ประเทศไทยลดลงตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม ททท. ยังคงเดินหน้าสร้าง Top of Mind อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาตลาดให้มีการเติบโตสม่ำเสมอจนถึงช่วงปลายปี

ทั้งนี้ ททท. เชื่อมั่นว่า หากสถานการณ์ความขัดแย้งคลี่คลาย ตลาดตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ GCC จะกลับมาเดินทางเข้าประเทศไทยเพื่อหลีกหนีสภาพอากาศร้อนในช่วงเดือนก.ค.-ก.ย. ซึ่งเริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกจากการเพิ่มเที่ยวบินอย่างต่อเนื่อง อาทิ Flydubai ที่เตรียมเปิดเส้นทางบินใหม่สู่ดอนเมือง วันละ 2 เที่ยวบิน ตั้งแต่ 1 ก.ค. นี้ รวมถึง Etihad Airways ที่เตรียมเพิ่มเที่ยวบินอีก 2 เที่ยวบินเช่นกัน

ในขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการท่องเที่ยวระดับโลกอย่าง TUI เปิดเผยว่า ยอดจองทริปฤดูร้อนจากนักท่องเที่ยวอังกฤษลดลงราว 10% จากความกังวลด้านสงคราม และค่าครองชีพ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจจองใกล้วันเดินทางมากขึ้น อย่างไรก็ดี ความต้องการเดินทางเริ่มเปลี่ยนจากตะวันออกกลาง และเมดิเตอร์เรเนียนฝั่งตะวันออก ไปยังจุดหมายที่มีภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยสูงกว่า เช่น สเปน กรีซ แคนาดา ญี่ปุ่น ไทย และออสเตรเลีย แม้ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะสูงขึ้น และบางสายการบินลดจำนวนเที่ยวบิน แต่ผู้ประกอบการรายใหญ่ยังคงเชื่อมั่นว่าความต้องการเดินทางระยะยาวยังคงแข็งแรง โดยเฉพาะตลาดเรือสำราญและแพ็กเกจท่องเที่ยวคุณภาพ

สำหรับภาคการท่องเที่ยว ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน จากเดิมที่นิยมจองล่วงหน้านานกว่า 7 เดือน ปัจจุบันเหลือเฉลี่ยเพียงประมาณ 16 สัปดาห์ก่อนการเดินทาง สะท้อนถึงการตัดสินใจที่ระมัดระวังมากขึ้น ภายใต้ภาวะความไม่แน่นอนของโลก โดยสำหรับช่วงฤดูหนาวปี 69 ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงต้นปี 70 ผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่ยังประเมินว่า ยอดจองยังอยู่ในระดับที่ดี แม้ยังมีความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์อยู่บ้าง แต่หากสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ เชื่อว่านักท่องเที่ยวจะกลับมาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่ม Quality Leisure

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยอาจเผชิญการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น ในกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวที่มีความอ่อนไหวด้านราคา จากประเทศคู่แข่งที่มีต้นทุนต่ำกว่า เช่น จีน และเวียดนาม ดังนั้น การรักษาจุดแข็งด้านคุณภาพ ประสบการณ์ และมาตรฐานการท่องเที่ยว จะเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ