นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ในเดือนเม.ย.69 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 รวม 91 ราย แยกเป็น การลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 20 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) อีก 71 ราย เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 31,553 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากประเทศสหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ และจีน ตามลำดับ
ขณะที่ในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-เม.ย.) มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย จำนวน 438 ราย เพิ่มขึ้น 75 ราย คิดเป็น 21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 68 (363 ราย) โดยเป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 98 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) อีก 340 ราย เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 129,332 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71,472 ล้านบาท คิดเป็น 124% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 (57,860 ล้านบาท)
ทั้งนี้ ในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ ประเทศที่เข้ามาลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
1. สหรัฐอเมริกา 77 ราย คิดเป็น 18% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 5,951 ล้านบาท
2. จีน 65 ราย คิดเป็น 15% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 25,092 ล้านบาท
3. ญี่ปุ่น 65 ราย คิดเป็น 15% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 24,724 ล้านบาท
4. สิงคโปร์ 57 ราย คิดเป็น 13% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 23,575 ล้านบาท
5. ฮ่องกง 42 ราย คิดเป็น 10% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 8,066 ล้านบาท
และประเทศอื่น ๆ 132 ราย คิดเป็น 29% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 41,924 ล้านบาท
- ต่างชาติลงทุนใน EEC ช่วง 4 เดือนแรก 134 ราย มูลค่าเกือบ 5 หมื่นลบ.
สำหรับการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-เม.ย.) ภายใต้ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มีจำนวน 134 ราย คิดเป็น 31% ของนักลงทุนต่างชาติในไทย เพิ่มขึ้น 26 ราย คิดเป็น 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 (108 ราย)
มูลค่าการลงทุนในพื้นที่ EEC จำนวน 49,957 ล้านบาท คิดเป็น 39% ของเงินลงทุนทั้งหมด โดยเป็นนักลงทุนจากประเทศจีน 43 ราย ลงทุน 21,095 ล้านบาท ญี่ปุ่น 22 ราย ลงทุน 7,042 ล้านบาท สิงคโปร์ 19 ราย ลงทุน 7,940 ล้านบาท และประเทศอื่น ๆ 50 ราย ลงทุน 13,880 ล้านบาท