KBANK จับมือ 3 พันธมิตร เปิดตัวแคมเปญ "สติไฟต์เตอร์" เสริมความรู้-เติมสติคนไทย-ก้าวนำภัยมิจฉาชีพ

ข่าวเศรษฐกิจ Friday May 22, 2026 15:23 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

KBANK จับมือ 3 พันธมิตร เปิดตัวแคมเปญ

นายพิพัฒน์พงศ์ โปษยานนท์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย [KBANK] กล่าวว่า ธนาคารกสิกรไทย ร่วมกับศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ACSC) ไทยรัฐ กรุ๊ป (Thairath Group) และ LINE ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญ "สติไฟต์เตอร์: รู้ทัน ป้องกันโกง" เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านการป้องกันภัยมิจฉาชีพในสังคมไทย หลังปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น ความปลอดภัย ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน และเศรษฐกิจของประเทศในวงกว้าง โดยในปี 68 มีมูลค่าความเสียหายกว่า 2.5 หมื่นล้านบาท และในไตรมาส 1/69 มีมูลค่าความเสียหายไปแล้วกว่า 6 พันล้านบาท รวมถึงรูปแบบของกลโกงที่เปลี่ยนเร็วมาก ๆ มีวิธีแปลก ๆ และเปลี่ยนมุกตลอดเวลา นับเป็นโจทย์ระดับประเทศที่ต้องเร่งกันแก้ไข เพื่อไม่ให้คนไทยตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ แคมเปญนี้มุ่งสร้างการตระหนักรู้ เสริมความรู้ และเติมสติให้คนไทยรู้ทันภัย เข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง และป้องกันตัวเองได้จริง โดยสามารถติดตามความรู้และกิจกรรมในแคมเปญ "สติไฟต์เตอร์: รู้ทัน ป้องกันโกง" ได้ที่สื่อโซเชียลมีเดียของทั้ง 4 องค์กร หรือ Knowledge Hub ศูนย์รวมความรู้

โดยปัญหามิจฉาชีพในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาทางการเงิน แต่เป็นภัยที่กระทบความเชื่อมั่น ความปลอดภัย ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน และเศรษฐกิจของประเทศในวงกว้าง ธนาคารจึงเห็นว่าการรับมือกับปัญหานี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคการเงิน ภาครัฐ ภาคสื่อ และแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อยกระดับจากการป้องกันในระดับองค์กร ไปสู่ความร่วมมือระดับประเทศที่ช่วยให้คนไทยป้องกันตัวเองได้จริง โดยธนาคารได้พัฒนาทั้งนวัตกรรม ระบบความปลอดภัย และเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ในเชิงการป้องกัน ได้ยกระดับระบบความปลอดภัยของ Mobile Banking อย่างต่อเนื่อง มีการกำหนดวงเงินทำธุรกรรมรายวันให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงของลูกค้า มีการยืนยันตัวตนด้วยใบหน้าในธุรกรรมสำคัญ และมีระบบตรวจจับบัญชีหรือปลายทางที่น่าสงสัย

ขณะเดียวกันหากระบบพบความผิดปกติ ธนาคารจะมีการโทรหรือแจ้งเตือนลูกค้าอย่างทันท่วงที รวมถึงการบรรเทาความเสียหายและการตอบสนองอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุ ด้วยช่องทางรับแจ้งเหตุภัยทุจริตสายด่วน 24 ชั่วโมง พร้อมเดินหน้าให้ความรู้ด้านการป้องกันภัยทุจริตผ่านช่องทางต่าง ๆ ของธนาคารอย่างสม่ำเสมอ ทั้งโซเชียลมีเดีย ATM และสาขา เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลที่เป็นเคสจริง เข้าใจกลโกงที่กำลังเกิดขึ้น และนำไปใช้ป้องกันตัวเองได้ในชีวิตประจำวัน

นางสาวจิตสุภา วัชรพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม ไทยรัฐทีวีและไทยรัฐออนไลน์ กล่าวว่า บทบาทของไทยรัฐในความร่วมมือครั้งนี้ ไทยรัฐมุ่งมั่นใช้ ความจริง เป็นอาวุธในการขุดคุ้ยและแฉกลโกงเพื่อยืนหยัดเคียงข้างประชาชน โดยจะใช้ความเชี่ยวชาญด้านคอนเทนต์พลิกแพลงเรื่องราวภัยมิจฉาชีพที่ซับซ้อน ล้ำสมัย และมีกลยุทธ์ใหม่ๆในการหลอกเหยื่ออยู่ตลอดเวลา ให้กลายเป็นอุทาหรณ์ที่เข้าใจง่าย ผ่านทุกแพลตฟอร์มของไทยรัฐกรุ๊ป พร้อมทำหน้าที่เป็น "โทรโข่ง" ขยายผลข้อมูลและนำเสนอช่องทางขอความช่วยเหลือเร่งด่วนให้เข้าถึงคนทุกเพศทุกวัย ในขณะเดียวกันยังพร้อมขับเคลื่อนผ่านเครือข่ายโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 110 โรงเรียน ส่งต่อภูมิคุ้มกันดิจิทัลจากห้องเรียนสู่ชุมชนฐานรากอย่างยั่งยืน การจับมือครั้งนี้ คือ ความตั้งใจจริงที่ไทยรัฐจะเดินหน้าสู่การเป็นผู้ขับเคลื่อนสังคมปลอดภัย กระตุ้นให้ประชาชนตื่นตัว ฉุกคิดก่อนโอนเงินทุกครั้ง เพราะสติคือ เกราะป้องกันที่ดีที่สุดที่จะปกป้องคนไทยจากมิจฉาชีพ

นางสาวณิชารัศมิ์ อาชญาสิทธิวัตร รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด LINE ประเทศไทย กล่าวว่า LINE ในฐานะแพลตฟอร์มที่อยู่ในพฤติกรรมประจำวันของคนไทย พร้อมรับบทบาทสำคัญในการให้ข้อมูลการใช้งานแพลตฟอร์มได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย ควบคู่ไปกับการเป็นช่องทางช่วยเผยแพร่ข้อมูลเตือนภัยและความรู้ที่ถูกต้องสู่ประชาชนคนไทยได้เร็วขึ้น กว้างขึ้น ผ่านสื่อและช่องทางต่างๆบนแพลตฟอร์ม LINE ช่วยขยายผลการสื่อสารในช่วงเวลาสำคัญ ทั้งกรณีแนวโน้มกลโกงใหม่ ข้อมูลเตือนสติ เตือนใจ หลักการสังเกต ระวังภัย ไปจนถึงหลักการแจ้งรายงานปัญหาไปยังช่องทางที่ถูกต้องและเหมาะสม ช่วยสกัดและลดความเสี่ยงจากบัญชี และการสื่อสารที่เป็นอันตราย ให้ข้อมูลความรู้สำคัญไม่หยุดอยู่เพียงในข่าวหรือโพสต์ แต่เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้ใช้จริงได้อย่างรวดเร็ว พร้อมฝากผู้ใช้ทุกคนว่า หากพบข้อความ ลิงก์ หรือบัญชีที่ผิดปกติต้องสงสัย อย่ารีบกด อย่ารีบเชื่อ และอย่ารีบตอบโต้ ควรหยุดตรวจสอบก่อนทุกครั้ง

แคมเปญ "สติไฟต์เตอร์: รู้ทัน ป้องกันโกง" มุ่งมั่นและตั้งใจทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแบ่งปันข้อมูลและประสานความร่วมมือ เพื่อให้การหยุดยั้งมิจฉาชีพทำได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น เชื่อมกันทั้งฝั่งข้อมูล เทคโนโลยี และการสื่อสาร ซึ่งภายหลังการเปิดตัวแคมเปญ ทั้ง 4 องค์กรจะร่วมกันประชุมติดตามผลเป็นประจำทุกเดือน เพื่อทบทวนสถานการณ์และรูปแบบกลโกงล่าสุด ประเมินความคืบหน้าของแคมเปญ รวมถึงปรับแผนการสื่อสาร การแจ้งเตือน และแนวทางการทำงานร่วมกันให้เท่าทันต่อพฤติกรรมมิจฉาชีพที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การป้องกันมีประสิทธิภาพและเข้าถึงประชาชนได้จริง


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ