ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 32.69 แกว่งกรอบแคบ รอปัจจัยใหม่ จับตาคืบหน้าเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน

ข่าวเศรษฐกิจ Friday May 22, 2026 17:29 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 32.69 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจาก ช่วงเช้า ที่เปิดตลาดที่ระดับ 32.62 บาท/ดอลลาร์

ระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 32.61 - 32.69 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่สกุลเงินอื่น ๆ ในภูมิภาคมีทั้งปรับตัวแข็งค่า และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งตลาดยังไร้ปัจจัยใหม่ ขณะเดียวกัน ยังติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความคืบ หน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ - อิหร่าน

"วันนี้บาทแกว่งในกรอบแคบ ตลาดไม่มีปัจจัยใหม่ ในภาพใหญ่คือยังรอดูสถานการณ์ในตะวันออกกลาง เรื่องการเจรจา สันติภาพระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน" นักบริหารเงิน ระบุ

ส่วนคืนนี้ สหรัฐฯ จะมีการรายงาน ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ค. และดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนเม.ย.

นักบริหารเงิน คาดว่า ต้นสัปดาหน้า เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.60-32.80 บาท/ดอลลาร์

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยน อยู่ที่ระดับ 159.12 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 159.09 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1600 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1610 ดอลลาร์/ยูโร
  • ดัชนี SET ปิดที่ 1,538.67 จุด เพิ่มขึ้น 6.00 จุด (+0.39%) มูลค่าซื้อขาย 60,033.83 ล้านบาท
  • สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 548.50 ล้านบาท
  • กระทรวงการคลัง เตรียมกู้เงินก้อนแรก 1.75 แสนล้านบาท ตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยสัปดาห์หน้า จะ
ออกประกาศถึงสถาบันการเงิน เพื่อให้เสนอการประมูลการกู้เงินแก่รัฐบาล สำหรับใช้รองรับโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" โดยแบ่งเป็น
การออกตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) อายุ 3-5 ปี ซึ่งเบื้องต้นวางกรอบไว้ว่าจะทยอยกู้เป็นรายเดือน มีวงเงินต่อเดือนอยู่ที่ 35,000 ล้าน
บาท ต่อเนื่อง 4 เดือนจนสิ้นสุดปีงบประมาณ 2569 พร้อมทั้งจะกู้เงินแบบระยะยาวจากสถาบันการเงิน อายุ 3-5 ปี เพื่อมารองรับอีก
ราว 35,000 ล้านบาท
  • GCAP GOLD ระบุว่า การเข้ารับตำแหน่งของ Kevin Warsh ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่ อาจกลาย
เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของนโยบายการเงินสหรัฐฯ และเป็นอีกปัจจัยที่ตลาดทองคำทั่วโลกต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่ยัง
อยู่ในระดับสูง ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง และแรงกดดันทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ซึ่งปัจจัยดัง
กล่าว ส่งผลกระทบโดยตรงต่อทิศทางค่าเงินดอลลาร์ฯ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และราคาทองคำ
  • ผู้ว่าการธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP) เปิดเผยว่า BSP อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ก่อนหน้าการประชุมที่กำหนดไว้ในวัน
ที่ 18 มิ.ย. เนื่องจากการขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนเม.ย.อาจยังไม่เพียงพอ เพราะเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ กำลังเผชิญแรงกดดันด้านอุป
ทานที่รุนแรง และยืดเยื้อ
  • คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) เปิดเผยรายงานที่ระบุว่า เศรษฐกิจของสหภาพยุโรป (EU) มีแนวโน้มเติบโตในอัตราที่ช้า
ลง พร้อมกับเงินเฟ้อที่สูงขึ้น และคาดว่าแนวโน้มเชิงบวกในตลาดแรงงานอาจหยุดชะงักลง อันเนื่องมาจากผลกระทบของภาวะช็อกด้าน
พลังงาน ซึ่งมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
  • โนมูระ (Nomura) ปรับมุมมองต่อทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยคาดว่า เฟดจะคงอัตรา
ดอกเบี้ยตลอดปี 2569 หลังแรงกดดันเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่เจ้าหน้าที่เฟด เริ่มลดการสนับสนุนแนวทางผ่อนคลายนโยบายการ
เงิน ส่งผลให้โอกาสลดดอกเบี้ยในระยะใกล้ลดลง
  • ประเทศผู้ผลิตน้ำมันหลัก 7 รายในกลุ่มโอเปกพลัส (OPEC+) มีแนวโน้มจะเห็นชอบให้เพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันเล็กน้อย ใน
การประชุมวันที่ 7 มิ.ย. โดยคาดว่าเป้าหมายการผลิตรายเดือนของทั้ง 7 ประเทศ จะเพิ่มขึ้นราว 188,000 บาร์เรล/วัน ขณะที่การส่ง
มอบน้ำมันของบางประเทศ ยังคงได้รับผลกระทบจากสงครามอิหร่านที่ยังดำเนินอยู่
  • สัปดาห์หน้า สหรัฐฯ มีการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ค. จาก

Conference Board, ดัชนีการผลิตเดือน พ.ค., ตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนรายสัปดาห์, ดัชนีการผลิตเดือนพ.ค.จากธนาคาร

กลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขาริชมอนด์, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส

1/2569 (ประมาณการครั้งที่ 2), ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนเม.ย. และยอดขายบ้านใหม่เดือน เม.ย.


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ