ดีลอยท์ (Deloitte) รายงานว่า Gen Z และมิลเลนเนียลในไทย กังวลต่ออนาคตทางการเงินมากกว่าคนกลุ่มเดียวกันในหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัย ซึ่งกลายเป็นแรงกดดันสำคัญ โดย 94% ของ Gen Z ไทย และ 85% ของมิลเลนเนียลไทย ระบุว่า ความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัย ส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจด้านอาชีพ และสถานที่ทำงาน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกของ Gen Z 69% และมิลเลนเนียล 64%
นอกจากนี้ 65% ของ Gen Z และ 57% ของมิลเลนเนียลในประเทศไทย ระบุว่า พวกเขาต้องชะลอการตัดสินใจสำคัญในชีวิต เช่น การสร้างครอบครัว การศึกษาต่อ หรือการเริ่มต้นธุรกิจ เนื่องจากสถานะทางการเงินของตนเอง เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยทั่วโลกของ Gen Z 55% และมิลเลนเนียล 52% ขณะที่ความกังวลอันดับหนึ่งของทั้ง Gen Z ไทย 43% และมิลเลนเนียลไทย 45% ยังคงเป็นค่าครองชีพ ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มทั่วโลกที่ยังประเด็นต่อเนื่องเป็นปีที่ 5
ข้อมูลทั้งหมด มาจากผลสำรวจ 2026 Global Gen Z and Millennial Survey ซึ่งจัดทำโดยดีลอยท์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 โดยรวบรวมความคิดเห็นจาก Gen Z และมิลเลนเนียลกว่า 22,500 คนใน 44 ประเทศทั่วโลก รวมถึงข้อมูลเชิงคุณภาพจากผู้นำองค์กรธุรกิจ โดยมีผู้ตอบแบบสำรวจในประเทศไทยมากกว่า 300 คน
นายอริยะ ฝึกฝน ลีดเดอร์ ด้านเทคโนโลยีและการปฏิรูปองค์กร ดีลอยท์ ประเทศไทย กล่าวว่า ในประเทศไทย ค่าครองชีพยังคงเป็นความกังวลอันดับหนึ่งต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 สำหรับ Gen Z และมิลเลนเนียล นอกจากนี้ การเติบโตของเงินเดือนในประเทศไทยช่วงที่ผ่านมา อยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต ยังสะท้อนถึงแรงกดดันทางการเงิน ที่คนรุ่นใหม่กำลังเผชิญอย่างชัดเจน
โดยผลสำรวจแสดงให้เห็นว่า ความเป็นจริงด้านการเงิน ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการใช้จ่าย แต่ยังส่งผลต่อช่วงเวลาในการตัดสินใจเรื่องสำคัญในชีวิต และอาชีพ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่โดดเด่นในกลุ่มคนรุ่นใหม่ไทย คือ ศักยภาพในการรับมือความเปลี่ยนแปลง เนื่องจากมีเป้าหมายด้านอาชีพที่ชัดเจน มีอัตราการใช้ AI และสนใจบทบาทผู้นำที่สูงกว่าคนรุ่นใหม่ทั่วโลก พร้อมปรับตัวและวางแผนอนาคตอย่างมีเหตุผล
ขณะเดียวกัน แรงกดดันด้านการเงินของ Gen Z และมิลเลนเนียล ยังสะท้อนให้เห็นได้ในระดับองค์กร โดยรายงาน Deloitte Thailand Salary Policies Survey 2025 ระบุว่า เงินเดือนในประเทศไทยปี 68 ปรับเพิ่มเฉลี่ย 4.5% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 5%
- คนรุ่นใหม่สนใจเป็นผู้นำ แต่ "เป้าหมาย-สมดุลชีวิต" ต้องมาก่อน
Gen Z และมิลเลนเนียลไทย ยังคงมีความสนใจอย่างชัดเจนที่จะดำรงตำแหน่งผู้นำองค์กร (Gen Z 83% และมิลเลนเนียล 84%) ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกของ Gen Z 76% และมิลเลนเนียล 67% อย่างไรก็ตาม มีเพียง 2% ของคนรุ่นใหม่เท่านั้น ที่ระบุว่าการดำรงตำแหน่งผู้นำองค์กรเป็นเป้าหมายหลัก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความสนใจด้านภาวะผู้นำมีอยู่ในวงกว้าง แต่ยังไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน
ทั้งนี้ แม้คนรุ่นใหม่ไทยจะมีความมุ่งมั่นในอาชีพ แต่สมดุลชีวิตการทำงานยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ โดย Gen Z 23% และมิลเลนเนียล 27% ระบุว่า สมดุลชีวิตการทำงาน เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจด้านอาชีพ ขณะที่ Gen Z 23% และมิลเลนเนียล 21% มองว่าความมั่นคงในการทำงานก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลัก ทั้งนี้ คนรุ่นใหม่ยังมองว่า บทบาทผู้นำมาพร้อมกับผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความเครียด ภาวะหมดไฟ และการขาดสมดุลชีวิตการทำงาน
นอกจากนี้ คนรุ่นใหม่ไทยยังให้ความสำคัญกับ "เป้าหมายในการทำงาน" สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก โดยในประเทศไทย Gen Z 99% และมิลเลนเนียลไทย 100% ระบุว่า การมีเป้าหมายในการทำงาน เป็นปัจจัยสำคัญต่อความพึงพอใจในการทำงาน นอกจากนี้ คนรุ่นใหม่ไทยยังมีแนวโน้มที่จะปฏิเสธนายจ้าง หรืองานที่ไม่สอดคล้องกับคุณค่าของตนเอง Gen Z 52% และมิลเลนเนียล 46% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกของ Gen Z 41% และมิลเลนเนียล 39%
ขณะเดียวกัน ความสัมพันธ์ในที่ทำงาน มีความสำคัญอย่างมากเช่นกัน โดย Gen Z 81% และมิลเลนเนียลไทย 75% มองเพื่อนร่วมงานเป็นเพื่อน และผู้ที่มีมิตรภาพในที่ทำงานที่แข็งแกร่ง มักมีระดับความสุขในการทำงานมากกว่า และมีแนวโน้มที่จะอยู่กับองค์กรนานกว่า
- แรงงานไทยใช้ AI พุ่ง แต่ระบบในองค์กรยังตามไม่ทัน
ประเทศไทย ถือเป็นประเทศที่มีการใช้ AI สูง เมื่อเทียบกับทั่วโลก โดย Gen Z 87% และมิลเลนเนียลไทย 88% ระบุว่า ใช้ AI ในการทำงานแต่ละวัน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 74% นอกจากนี้ คนรุ่นใหม่ไทยยังมีความมั่นใจในทักษะด้าน AI ของตนเอง และมีแนวโน้มที่จะเข้าอบรมด้าน AI เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ก้าวทันการพัฒนาของเทคโนโลยี
อย่างไรก็ตาม องค์กรยังคงก้าวตามไม่ทัน โดยมีเพียง Gen Z 44% และมิลเลนเนียลไทย 43% ที่ระบุว่า เครื่องมือ AI ที่องค์กรจัดหาให้นั้นเพียงพอ หรือเพียงพออย่างมาก ซึ่งอุปสรรคสำคัญต่อการใช้ AI ในที่ทำงาน ได้แก่ ข้อจำกัดด้านกฎระเบียบ เครื่องมือที่ไม่ตอบโจทย์เฉพาะของงาน รวมถึงการขาดโอกาสในการอบรมที่มีประสิทธิภาพ ความรู้และประสบการณ์
นายอริยะ กล่าวว่า ชีวิตการทำงานของ Gen Z และมิลเลนเนียลไทย ประกอบไปด้วยศักยภาพในการรับมือความเปลี่ยนแปลงและความสามารถในการปรับตัว พวกเขาเรียนรู้และใช้ AI ได้เร็วกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก พร้อมแสวงหาโอกาสในการพัฒนาทักษะ และเลือกเส้นทางอาชีพอย่างมีเป้าหมาย องค์กรที่ก้าวทันคนรุ่นใหม่ จะสามารถพัฒนาไปพร้อมกับพวกเขา ผ่านการลงทุนด้านการเรียนรู้ที่เป็นระบบ การเติบโตบนพื้นฐานของทักษะ และการสร้างระบบที่ปรับเปลี่ยนตามบริบทที่เปลี่ยนแปลง เพราะการปรับตัวไม่ใช่เพียงชั่วคราว แต่เป็นกระบวนการที่ต่อเนื่อง