คลัง ยันไม่สอบภาษีย้อนหลัง เตรียม"ไทยช่วยไทย พลัส" รองรับคนหลุดเกณฑ์บัตรสวัสดิการฯ

ข่าวเศรษฐกิจ Saturday June 6, 2026 16:16 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

คลัง ยันไม่สอบภาษีย้อนหลัง เตรียม

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ยืนยันว่า ไม่ได้พูดว่าจะมีการตรวจสอบภาษีย้อนหลัง สำหรับกรณีที่มีการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีโดยไม่ได้อุปการะเลี้ยงดูบุพการีจริง ตามเกณฑ์การคัดกรองผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ เพราะเกณฑ์ที่ออกมามองว่ามีความชัดเจนอยู่แล้ว และกระทรวงการคลังยังคงเดินหน้าตามเกณฑ์ดังกล่าวต่อไป โดยหลักการของเกณฑ์การคัดกรองในรอบนี้ ประกอบด้วย 3 ประเด็นสำคัญ คือ

1. โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบนี้ถูกออกแบบมา สำหรับกลุ่มคนที่มีฐานะยากจนที่สุดจริง ๆ ไม่มีคนดูแล ส่วนกลุ่มที่ไม่จนเท่ากลุ่มนี้ก็จะต้องได้รับสิทธิการดูแลจากรัฐบาลในรูปแบบอื่น

ส่วนกรณีที่มีการสั่งให้กรมสรรพากรไปรวบรวมตัวเลขว่า ปัจจุบันมีผู้ใช้สิทธิพ่อ-แม่ในการหักลดหย่อนภาษีมีเท่าไหร่ จากผู้ยื่นแบบทั้งสิ้น 11 ล้านราย หลังจากได้ตัวเลขมาแล้วก็จะนำข้อมูลมาทาบดู เช่น หากมี 1 แสนคนที่ใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ก็ต้องไปดูว่าพ่อแม่เป็นใคร ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่หรือไม่ แต่ยืนยันว่า ไม่ใช่เป็นการสอบภาษีย้อนหลังแน่นอน โดยกระทรวงการคลังคาดว่า จะมีคนที่หลุดโครงการบัตรสวัสดิการจากเกณฑ์ลดหย่อนภาษีไม่มาก

แต่ในทางกลับกัน ได้มีการประเมินเบื้องต้นว่า น่าจะมีคนที่หลุดจากเกณฑ์เรื่องหนี้สินมากที่สุด เพราะเกณฑ์นี้ต้องมีการตรวจสอบข้อมูลกับเครดิตบูโร นั่นหมายถึงหากบุคคลนั้นมีหนี้สินเกิน 1 แสนบาท สะท้อนว่ามีความทรัพย์สินเพียงพอที่จะเข้าถึงสินเชื่อในระบบสถาบันการเงินได้เป็นอย่างดี เพราะหากไม่มีเครดิต หรือรายได้ที่เพียงพอก็ไม่สามารถกู้เงินจากสถาบันการเงินได้อยู่แล้ว

2. คนที่อาจจะจนแต่ไม่จนเท่ากลุ่มที่ควรได้รับบัตรสวัสดิการ ต้องรอแพคเกจความช่วยเหลืออื่น ๆ ที่รัฐบาลจะออกมาดูแลในระยะต่อไป

3. คนที่ใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีแล้วไม่กลับไปดูแลพ่อแม่จริง ก็ไม่สมควรที่จะได้รับสิทธิการลดหย่อนภาษีในปีภาษีต่อๆ ไป เพราะการให้สิทธิตรงนี้รัฐบาลต้องการให้กลับไปอุปการะพ่อแม่จริง ๆ เพื่อแบ่งเบาภาระรัฐบาล

"เรื่องตรวจสอบภาษีย้อนหลัง ผมไม่ได้พูด และไม่ได้มองประเด็นนี้ จึงอยากให้เรื่องนี้จบได้แล้ว และมองว่า สังคมควรจะมาถกเถียงกันในประเด็นเรื่องการหักลดหย่อนแล้วไม่กลับไปดูแลพ่อแม่จริงๆ ว่ามีคนกลุ่มนี้มากน้อยแค่ไหน และกลุ่มนี้ก็ไม่สมควรได้รับสิทธิเรื่องนี้หรือเปล่า ประเด็นอย่างนี้ทำไมไม่พูดถึง แต่กลายมาเป็นประเด็นว่า เขาต้องได้ เกณฑ์ที่คิดมาได้มีการชี้แจงวิธีคิดให้ทราบแล้ว เหตุและผลคืออะไร และสิ่งสำคัญที่กระทรวงการคลังอยากจะบอกให้ชัดเจน คือ สุดท้ายจะมีคนหลุดจากโครงการด้วยเกณฑ์นั้นเท่าไหร่ เกณฑ์นี้เท่าไหร่ วันที่ประกาศผลการคัดกรองคนที่หลุดจากโครงการจะรู้ตัวเองทันทีว่า หลุดจากเกณฑ์อะไร เพื่อเปิดทางให้เข้ามายื่นอุทธรณ์ได้อย่างถูกต้อง ตรงนี้เพื่อความเป็นธรรมสำหรับผู้ที่ถูกคัดกรองออกด้วย" นายลวรณ กล่าว

นายลวรณ กล่าวต่อวา สำหรับข้อมูลที่จะนำมาใช้คัดกรองนั้น จะเป็นข้อมูลรายบุคคลที่เกิดขึ้นแล้ว ดังนั้นไม่จำเป็นต้องแต่งอะไร นี่เป็นหลักการส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนคือ เรื่องของสามัญสำนึกว่า วันนี้ใครใช้สิทธิแบบไหน ใครดูแลพ่อแม่จริงหรือไม่ เป็นสิ่งที่ต้องคิดว่า การยื่นแบบภาษีรอบหน้าคุณสมควรได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีในส่วนนี้หรือไม่ เพราะในแบบประเมินรายได้ทุกอย่างเป็นการรับรองตนเอง (Self-Declare) เป็นการรับรองความถูกต้องด้วยตัวเราเอง ดังนั้นถ้าไม่ตรงกับความเป็นจริงปัญหาก็จะเกิดอยู่ดีในปีภาษีหน้า

ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวอีกว่า กรณีที่พ่อแม่ใช้สิทธิอุทธรณ์ แปลว่า บุคคลที่ใช้สิทธิพ่อแม่ลดหย่อนภาษีไม่ได้มีการอุปการะดูแลจริง ตรงนี้จะทำให้กระทรวงการคลังได้ข้อมูลกลับมาทันที และรัฐบาลยืนยันว่า จะอยู่ฝั่งพ่อแม่ โดยจะให้สิทธิในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ถ้าพ่อแม่ไม่ได้อุทธรณ์สิทธิในโครงการสวัสดิการแห่งรัฐก็จะหลุดไป

"การรับสิทธิต้องเป็นทางใดทางหนึ่งเท่านั้น สิทธิจะเกิดพร้อมกันไม่ได้ เรื่องนี้ต้องมีคนใดคนหนึ่งพูดไม่จริง และรัฐบาลเป็นคนใช้จ่ายเงินงบประมาณ เงินแผ่นดิน หากเห็นความไม่ถูกต้อง ก็ไม่ควรจ่าย แม้ว่าเมื่อก่อนต้องจ่าย นั่นเพราะยังไม่เห็นข้อมูลแบบตอนนี้"นายลวรณ กล่าว

นายลวรณ ยังรุบว่า ที่ผ่านมารัฐบาลใช้งบประมาณเพื่อดำเนินโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เดือนละ 4,700 ล้านบาท แต่หลังจากการเปิดลงทะเบียนรอบนี้ คาดว่า จะใช้งบประมาณลดลง

ทั้งนี้ ในส่วนกลุ่มเปราะบางที่ตกหล่นนั้น กลไกของกระทรวงมหาดไทยและคลังจังหวัดจะเข้าไปจัดการตรวจสอบข้อมูลความถูกต้อง หากพบว่าเป็นพ่อแม่ที่ลูกหลานไม่ดูแลก็จะเข้าไปดำเนินการนำรายชื่อมาเข้าสู่กระบวนการคัดกรองตามเกณฑ์ ซึ่งขณะนี้ทราบว่า มีรายชื่อกลุ่มเปราะบางที่ตกหล่นเตรียมเข้าสู่กระบวนการคัดกรองประมาณ 1 ล้านรายชื่อ แต่เชื่อว่า หลังคัดกรองก็อาจจะมีรายชื่อที่หลุดออกไปอีก ไม่ได้เข้ามาทั้งหมด

ส่วนผู้ถือบัตรปัจจุบัน หากไม่กดยืนยันสิทธิตามระยะเวลาที่กำหนด ก็จะถูกคัดออกทันที เพราะถือว่าไม่ไปกับโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ส่วนคนที่ผ่านการคัดกรองแล้วไม่ผ่านเกณฑ์ รัฐบาลอยู่ระหว่างเตรียมพิจารณามาตรการในการให้ความช่วยเหลือต่อไป โดยโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ก็อาจจะเป็นโครงการหนึ่งที่นำมารองรับ เพราะยังเหลือสิทธิอีก 4 ล้านสิทธิ ต้องรอให้รัฐบาลพิจารณาก่อน

"เรารู้อยู่แล้วว่าทำมาตรการนี้ไม่มีคำชม มีแต่เสียงต่อว่าอยู่แล้ว เพราะว่ามีแต่ตัดสิทธิคนเคยได้ด้วยเกณฑ์ที่เข้มขึ้น ตะแกรงคัดกรองของรัฐถี่ขึ้น ไม่กว้างเหมือนเดิม มันต้องทำเพื่อเอาคนที่ไม่จนจริงออกไป วันนี้เรารับก้อนอิฐอยู่ ไม่ใช่ดอกไม้ แต่นี่คือพลังและประโยชน์ของข้อมูลขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกันมัน ทำให้เราเห็นภาพบางภาพที่ไม่เคยเห็น เรื่องบางเรื่องที่เมื่อก่อนบริหารจัดการไม่ได้ แต่วันนี้สามารถบริหารจัดการได้ ก็ต้องทำ ไม่อยากให้ดราม่า สร้างเรื่องชนกับใครรายวัน ไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร แต่เกณฑ์มันก็ต้องเดินไป" นายลวรณ กล่าว

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ