ส.อ.ท.ฉายภาพอุตสาหกรรมไทย Q2/69 ชี้เทรนด์ดิจิทัล-สีเขียวโตเด่น แนะผู้ผลิตเร่งปรับตัว

ข่าวเศรษฐกิจ Monday June 8, 2026 15:21 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ส.อ.ท.ฉายภาพอุตสาหกรรมไทย Q2/69 ชี้เทรนด์ดิจิทัล-สีเขียวโตเด่น แนะผู้ผลิตเร่งปรับตัว

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยภาพรวมแนวโน้มกลุ่มอุตสาหกรรมไทยในช่วงไตรมาส 2/69 พบหลายอุตสาหกรรมยังมีทิศทางขยายตัวต่อเนื่อง จากแรงหนุนทั้งตลาดส่งออก ความต้องการภายในประเทศ และนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ

ขณะที่บางกลุ่มอุตสาหกรรมยังต้องเผชิญความท้าทายจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น การขาดแคลนวัตถุดิบ การแข่งขันจากสินค้านำเข้า รวมถึงกำลังซื้อที่ชะลอตัว

สำหรับแนวโน้มอุตสาหกรรมในไตรมาส 2/69 สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มขยายตัว และกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยง ดังนี้

1. กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มขยายตัว พบว่ามีปัจจัยสนับสนุนจาก 3 ด้านหลัก ได้แก่

1.1 การขยายตัวของตลาดต่างประเทศ : ส่งผลบวกต่ออุตสาหกรรมที่มีศักยภาพด้านการส่งออก ได้แก่ อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์, เครื่องปรับอากาศ, อาหารและเครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์ยาง โดยได้รับอานิสงส์จากคำสั่งซื้อและความต้องการสินค้าในตลาดโลกที่ยังขยายตัว

1.2 ความต้องการภายในประเทศที่เติบโต : ช่วยผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรม ได้แก่เครื่องสำอาง, ยา, เครื่องมือแพทย์ และน้ำมันปาล์ม จากพฤติกรรมผู้บริโภคและความต้องการสินค้าในประเทศที่เพิ่มขึ้น

1.3 นโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ : เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้กับอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ ประกอบด้วย ยานยนต์ไฟฟ้า (EV), เครื่องจักรกลและระบบอัตโนมัติ, เทคโนโลยีชีวภาพ, พลังงานหมุนเวียนและการจัดการเพื่อสิ่งแวดล้อม และอุตสาหกรรมดิจิทัล โดยเฉพาะ Data Center ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่มีโอกาสเติบโตในระยะยาว

2. กลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยง ต้องเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกและต้นทุน ได้แก่

2.1 กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนการผลิตสูง ประกอบด้วย ปูนซีเมนต์, เหล็ก, อะลูมิเนียม, เซรามิก, หลังคา และแก้ว โดยมีแรงกดดันจากราคาพลังงาน ราคาวัตถุดิบ และค่าขนส่งที่อยู่ในระดับสูง

2.2 กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนวัตถุดิบ ได้แก่ พลาสติก, เคมีภัณฑ์ (ปุ๋ย) และการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์

2.3 กลุ่มที่เผชิญการแข่งขันจากสินค้านำเข้าราคาถูก ประกอบด้วย สิ่งทอ, เครื่องนุ่งห่ม, ผลิตภัณฑ์หนัง, รองเท้า และเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งได้รับแรงกดดันจากสินค้าต่างประเทศที่เข้ามาแข่งขันด้านราคา

2.4 กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อและภาคท่องเที่ยวที่ชะลอตัว ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ และหัตถกรรมสร้างสรรค์ เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคและจำนวนนักท่องเที่ยวยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อการฟื้นตัว

*ปัจจัยบวก-ปัจจัยเสี่ยง ต่อภาคอุตสาหกรรมไทย

ปัจจัยสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมไทยในช่วงต่อจากนี้ ประกอบด้วย 5 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่

1. การส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่เติบโตต่อเนื่อง

2. การส่งออกที่ยังขยายตัวในระดับสูง

3. มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท

4. มาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม เช่น มาตรการผ่อนคลาย LTV และโครงการ Quick Big Win เพื่อช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อ

5. แนวโน้มเครดิตประเทศไทยที่ยังมีเสถียรภาพ

ปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม ได้แก่

1. ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ

2. แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อที่เร่งตัวสูงขึ้น

3. การขยายตัวของสินค้านำเข้า

4. ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ทั้งภาคก่อสร้าง ภาคการผลิต และภาคเกษตร

5. ความกังวลต่อภาวะซูเปอร์เอลนีโญในช่วงกลางปี 69

"ภาคอุตสาหกรรมไทยยังมีโอกาสเติบโตในหลายกลุ่ม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับตลาดโลก เทคโนโลยี และเศรษฐกิจสีเขียว ขณะเดียวกันผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัวต่อปัจจัยเสี่ยง ทั้งด้านต้นทุน ห่วงโซ่อุปทาน และการแข่งขัน เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว" นางพิมพ์ใจ กล่าว

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ