นายมหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ข้อมูลล่าสุดจนถึงวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ธอส. สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้แล้ว 9.53 หมื่นล้านบาท หรือสนับสนุนให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองเพิ่มขึ้น 100,424 บัญชี คิดเป็น 38.64% ของเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อใหม่ทั้งปีนี้ ที่ 2.47 แสนล้านบาท
พร้อมมั่นใจว่า ในช่วงครึ่งปีแรก (ม.ค.-มิ.ย.69) จะสามารถผลักดันเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจได้ไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท และปล่อยสินเชื่อใหม่ปี 69 ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2.47 แสนล้านบาท ภายใต้การบริหารจัดการยอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ทั้งปี ที่คาดว่าจะอยู่ในระดับไม่เกิน 5%
สำหรับปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนการปล่อยสินเชื่อใหม่ของปีนี้ ได้แก่ สถานการณ์ของภาคอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาส 1 ที่เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างชัดเจน สะท้อนจากจำนวนหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศเพิ่มขึ้น 11.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้น 3.1% สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการที่อยู่อาศัยของประชาชนยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง
ทั้งนี้ แม้สภาพเศรษฐกิจโดยรวม ยังเผชิญความท้าทายจากปัจจัยภายนอกประเทศ ประกอบกับการที่รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่าน พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ วงเงิน 4 แสนล้านบาท จะเป็นอีกแรงสนับสนุนสำคัญที่ช่วยรักษาแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ และกำลังซื้อของประชาชน ทำให้คาดว่าการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยทั่วประเทศในปี 69 จะมีมูลค่าประมาณ 5.39 แสนล้านบาท ลดลงเพียง 0.001% หรืออยู่ในระดับทรงตัวเมื่อเทียบกับปี 68 ซึ่งถือว่าดีกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้
กรรมการผู้จัดการ ธอส. กล่าวต่อว่า ธนาคารฯ ยังติดตามความท้าทายด้านเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่มีผลกระทบต่อราคาพลังงานให้ปรับเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นในปี 69 ธอส.จึงได้จัดสรรกรอบวงเงิน 32,000 ล้านบาท ในการปล่อยสินเชื่อ Green Loan และสินเชื่อเพื่อติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสะอาดตามนโยบายรัฐบาล ให้กับประชาชนที่ต้องการที่อยู่อาศัยแบบประหยัดพลังงาน และช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าในระยะยาว ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย ให้มีบ้านเป็นของตนเองอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป
- เดินหน้าเพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อบ้านให้ "กลุ่มอาชีพอิสระ"
กรรมการผู้จัดการ ธอส. ยังกล่าวถึงทิศทางการออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ของ ธอส.ว่า จากนโยบายที่วางไว้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้สอดคล้องกับลูกค้าทุกกลุ่มทุกวัยนั้น ได้เตรียมที่จะเน้นไปยังกลุ่มลูกค้าที่มีอาชีพอิสระมากขึ้น โดยพัฒนาระบบการใช้ Credit Scoring ให้มีความแม่นยำ เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการให้สินเชื่อแก่กลุ่มคนอาชีพนี้ ที่ส่วนใหญ่จะมีรายได้น้อย ให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยได้มากขึ้น โดยตั้งเป้าหมายว่า จะเพิ่มสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อให้กลุ่มอาชีพอิสระเพิ่มขึ้นเป็น 10% จากปัจจุบันอยู่ที่ 8%
"จะมีการพัฒนา Credit Scoring จัดทำข้อมูลพฤติกรรมรายได้ การใช้เงิน โดยใช้ข้อมูลจากทุกทาง...ความต้องการของเรา คือ ไม่ใช่แค่ให้เขามีบ้าน แต่ต้องช่วยทำให้เขารักษาบ้านไว้ได้ ซึ่งจะช่วยพยุงภาคธุรกิจที่อยู่อาศัยด้วย เพราะภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีสัดส่วนใหญ่มากต่อ GDP และช่วยให้เศรษฐกิจของไทยเดินต่อไปได้อย่างยั่งยืน" นายมหัทธนะ กล่าว- ปี 70 ยกระดับ REIC จัดทำ Index ใหม่ เสริมแกร่งข้อมูลอสังหาฯ
นายมหัทธนะ กล่าวด้วยว่า ได้เตรียมที่จะยกระดับ "ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์" (REIC) โดยใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่ศูนย์ข้อมูลฯ มีอยู่ให้มากขึ้น เช่น การจัดทำดัชนีชี้นำในภาคอสังหาริมทรัพย์ และการจัดทำข้อมูลที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจ ตลอดจนภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ได้สามารถใช้ข้อมูลนี้ในการบริหารจัดการธุรกิจ ทั้งในด้านของ demand และ supply ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อธุรกิจ
"เราจะยกระดับศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ โดยการใช้ประโยชน์จากข้อมูลให้มากขึ้น อาจจะมีสถาบันวิจัย มี paper ต่าง ๆ ออกมา มี data ที่จะนำมาช่วยผู้ประกอบธุรกิจอสังหาฯ หรือแม้แต่การออก property index ใหม่ ๆ เพื่อให้ธุรกิจได้รับทราบข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน รวมถึงแนวโน้มในอนาคต ว่าจะต้องบริหาร supply และ demand อย่างไร อีกทั้งช่วยเป็นข้อมูลประกอบการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ได้อย่างถูกต้อง และยั่งยืน คาดว่าปีหน้า (2570) คงจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น" นายมหัทธนะ ระบุโดยปัจจุบัน "ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์" เป็นหน่วยงานอิสระระดับสายงาน ภายใต้การกำกับดูแลโดยธนาคารอาคารสงเคราะห์ และมีหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางจัดเก็บข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ของประเทศ (Data Collection) ให้เป็นฐานข้อมูลที่มีความถูกต้อง เชื่อถือได้ และทันต่อเหตุการณ์ และยังมีหน้าที่จัดทำข้อมูล (Information Provider) ทางด้านอสังหาริมทรัพย์ให้กับกระทรวงการคลัง และหน่วยงานรัฐที่ทำหน้าที่กำหนดนโยบายเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งให้บริการข้อมูลแก่ภาคเอกชน และประชาชนผู้สนใจทั่วไปด้วย
สำหรับข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ที่ REIC จัดเก็บรวบรวม มีทั้งหมด 7 ประเภท ได้แก่ ที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า โรงแรม-รีสอร์ท นิคมอุตสาหกรรม สนามกอล์ฟ และที่ดินเปล่า โดยจัดเก็บและรวบรวมจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งของภาครัฐ และเอกชน