นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวขอบคุณรัฐบาลในการจัดตั้ง "คณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ" ซึ่งถือเป็นการต่อยอดในเชิงนโยบายที่สำคัญให้มีความต่อเนื่อง และจะเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมของประเทศ ให้พร้อมแข่งขันในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกนี้
ทั้งนี้ ส.อ.ท.พร้อมร่วมมือกับคณะกรรมการชุดนี้ ขับเคลื่อนแผนงานสนับสนุนผู้ประกอบการไทย ให้ยกระดับจากผู้รับจ้างประกอบไปสู่เทคโนโลยีขั้นสูง และเร่งดึงดูดให้เกิดอุตสาหกรรมต้นน้ำอย่างการออกแบบวงจร (IC Design) ให้มาตั้งฐานในไทย เพื่อให้เกิด "ชิป เมดอินไทยแลนด์" (Made-in-Thailand Chips) และพร้อมสนับสนุนเชื่อมโยงการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีชั้นสูง ควบคู่ไปกับการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อให้ประเทศไทยเปลี่ยนผ่านจากผู้ใช้เทคโนโลยี เป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมที่มั่นคงของอาเซียนต่อไป
นางพิมพ์ใจ ระบุว่า ก่อนหน้านี้ ประเทศไทยได้มีการจัดทำยุทธศาสตร์เป้าหมายที่จะมุ่งสู่การเป็นฮับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงของอาเซียน โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือ การผลักดันผลิตภัณฑ์ 'ชิป เมดอินไทยแลนด์ (Made-in-Thailand Chips)' ให้เกิดขึ้นจริงภายในปี ค.ศ. 2050 หรือ พ.ศ. 2593 ภายใต้ยุทธศาสตร์ดังกล่าว มีการตั้งเป้าดึงดูดเม็ดเงินลงทุนสูงถึง 2.5 ล้านล้านบาท และต้องการพัฒนาบุคลากรทักษะสูงกว่า 230,000 คน
ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ความต้องการใช้เซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก กำลังเติบโตสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ชิปไม่ได้อยู่แค่ในคอมพิวเตอร์ แต่เป็นหัวใจของอุตสาหกรรมสมัยใหม่ โดยเฉพาะยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อุตสาหกรรม Automation and Robotics เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ ระบบ AI และ Data Center และประเทศไทย ถือเป็นฐานการผลิตเพื่อการส่งออก ที่สำคัญของโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักเหล่านี้
ทั้งนี้ การที่เรามีฐานการผลิตสินค้า High Technology จำนวนมาก แต่ยังต้องพึ่งพาการนำเข้าชิปจากต่างประเทศ ส่วนหนึ่งเกิดจากต้นทุนการผลิตสูง ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงต่อห่วงโซ่การผลิต ดังนั้น การส่งเสริมอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อย่างเป็นรูปธรรม และแข่งขันได้ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยรักษาเม็ดเงินลงทุน และฐานการผลิตเดิมให้อยู่กับประเทศไทยต่อไป