ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 32.54/59 แกว่งแคบตามภูมิภาค คาดกรอบพรุ่งนี้ 32.50 - 32.70

ข่าวเศรษฐกิจ Monday June 15, 2026 17:37 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 32.54/59 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจาก ช่วงเช้า ที่เปิดตลาดที่ระดับ 32.65 บาท/ดอลลาร์

โดยระหว่างวันเงินบาทยังไร้ปัจจัยใหม่ เคลื่อนไหวในกรอบ 32.53 - 32.65 บาท/ดอลลาร์ วันนี้เงินบาทและสกุลเงิน ส่วนใหญ่ในภูมิภาคยังนิ่ง ตลาดยังคงรับข่าวการบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่จะนำไปสู่การยุติสงคราม ซึ่งตลอด สัปดาห์นี้ นักลงทุนรอติดตามการเซ็นสัญญาข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งมีรายงานว่าจะมีขึ้นในวันศุกร์ที่ 19 มิ.ย.นี้

นักบริหารเงิน คาดว่า วันพรุ่งนี้ เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.50 - 32.70 บาท/ดอลลาร์

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยน อยู่ที่ระดับ 160.10/20 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 160.20 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1600/1620 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1595 ดอลลาร์/ยูโร
  • ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,591.72 จุด ลดลง 0.69 จุด (-0.04%) โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 91,848.20 ล้านบาท
  • สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 353.21 ลบ.(SET+MAI)
  • รมว.คลัง กล่าวถึงกรณีสหรัฐฯ-อิหร่าน บรรลุข้อตกลงสันติภาพ ว่า หากสงครามยุติ ถือเป็นสัญญาณที่ดีทั้งเศรษฐกิจโลกและ
ประเทศไทย อย่างน้อยเมื่อสงครามสงบก็จะเข้าสู่โหมดการฟื้นฟู เชื่อว่าราคาพลังงานจะลดลง แต่คงจะไม่กลับไปเท่าเดิม ทั้งนี้ อาจจะ
ต้องมีทบทวนอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปีนี้ใหม่อีกครั้ง
  • รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันพรุ่งนี้ (16 มิ.ย.) จะเสนอการรับฟัง
ความเห็น ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท หลังจากที่มีการรับฟังความคิดเห็นตามที่กฎหมายกำหนด
ซึ่งส่วนใหญ่มีเสียงสะท้อนว่า แต่ละหน่วยงานได้รับการจัดสรรงบประมาณที่น้อยเกินไป
  • กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ประเมินทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มเคลื่อนไหวใน
กรอบ 32.30-32.90 บาท/ดอลลาร์ ตลาดการเงินโลกจะให้ความสนใจกับการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยคาดว่าเฟดจะคง
ดอกเบี้ยในช่วง 3.50-3.75% ซึ่งหากเฟดส่งสัญญาณมองข้ามเงินเฟ้อชั่วคราว ดอลลาร์จะอ่อนลง แต่หากเฟดบ่งชี้ว่าอาจจำเป็นต้องใช้
นโยบายตึงตัว ดอลลาร์จะแข็งค่าต่อไป
  • บล.โกลเบล็ก (GBS) เผยว่า ตลาดหุ้นไทยได้รับแรงหนุนสำคัญจากกรณีที่สหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันเพื่อ
ยุติสงครามที่ดำเนินมาเกือบ 4 เดือน รวมทั้งการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ประเมินกรอบดัชนีที่ระดับ 1,600-1,650 จุด นอกจากนี้ ตลาดยัง
ได้รับปัจจัยบวกจากความเชื่อมั่นของผู้ค้าปลีกไทยที่มีมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจในอีก 3 เดือนข้างหน้า รับอานิสงส์มาตรการ "ไทยช่วย
ไทยพลัส" และการที่ ธปท. ยืนยันเสถียรภาพของเงินบาทไทยด้วย
  • ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทิสโก้ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยยังเติบโตในอัตราต่ำกว่าศักยภาพ และมีแนวโน้มขยายตัวต่ำ
กว่า 2% ในปีนี้ และปีหน้า โดยปัจจัยบวกที่สำคัญ คือ การลงทุนภาคเอกชนและการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ซึ่งมีแนวโน้มขยายตัวดี
กว่าที่คาด และอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป
  • สิงคโปร์ วางแผนเปิดตัวระบบชำระบัญชีทองคำ (Gold Clearing System) ในปีนี้ โดยมีธนาคารชั้นนำหลายแห่ง ซึ่ง
รวมถึง เจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค (JPMorgan Chase & Co.) และดอยซ์แบงก์ (Deutsche Bank) เข้าร่วมในโครงการดัง
กล่าว เพื่อผลักดันให้สิงคโปร์ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางตลาดทองคำระดับโลก
  • ราคาทองฟิวเจอร์ ทะยานขึ้นกว่า 100 ดอลลาร์ในช่วงเช้าวันนี้ หลังจากสหรัฐอเมริกาและอิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพ
เพื่อยุติสงคราม ซึ่งฉุดราคาน้ำมันร่วงลง และช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น
  • นักลงทุนกลับเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้ง ซึ่งรวมถึงบิตคอยน์ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่า สหรัฐฯ และ

อิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพร่วมกันแล้ว และเขาได้สั่งการให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียม รวมถึงสั่งการให้กองทัพ

สหรัฐฯ ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือต่าง ๆ ของอิหร่าน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ