คลัง รื้อแผน Data Center ปรับยุทธศาสตร์ใหม่ ชูปลดล็อก Direct PPA หนุนดึงดูดลงทุน-ลดผลกระทบค่าไฟปชช.

ข่าวเศรษฐกิจ Friday June 19, 2026 17:05 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ในฐานะประธานกรรมการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ทบทวนยุทธศาสตร์ Data Center ใหม่ทั้งหมด จากเดิมที่มุ่งการยกระดับสู่ศูนย์กลาง (Hub) ด้านดิจิทัลและ AI ของภูมิภาคอาเซียน โดยใช้จุดเด่นด้านทำเลที่ตั้ง โครงสร้างพื้นฐานเคเบิลใต้น้ำ และการดึงดูดการลงทุนผ่าน BOI รวมถึงการส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาดเพื่อรองรับมาตรฐาน Green Data Center เนื่องจาก Data Center มีทั้งมุมบวกและมุมลบ

"เราต้องมาพิจารณาให้รอบคอบ ว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้เกิดแรงจูงใจในอุตสาหกรรมนี้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนให้ไทยเป็นประเทศอธิปไตยของ Data Center ซึ่งจะเป็นจุดแข็งในอุตสาหกรรมนี้ต่อไป" รองนายกฯ และรมว.คลัง กล่าว

ทั้งนี้ จากการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเบื้องต้น จะมีการวางยุทธศาสตร์เพื่อให้การเติบโตในหลายส่วน ทั้ง Data Center ที่จะต้องสนับสนุนให้มีการต่อยอดการเติบโตไปยังอุตสาหกรรมที่เป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำ และปลายน้ำ รวมถึงอุตสาหกรรมที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับคนไทย เพื่อให้คนไทยสามารถใช้ Data Center ที่ถูกลงและปลอดภัยมากขึ้น ควบคู่ไปกับการใช้ Data Center ในการพัฒนาทักษะคนไทยให้มากขึ้นด้วย

"Data Center มีทั้งมุมบวก และมุมลบ มุมบวก คือ ฐานของอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็น AI หรือที่คนเห่อพูดกันว่าพาสปอร์ต หรือไม่พาสปอร์ต เหล่านี้มันต้องใช้ Data Center ใช้พื้นที่เก็บข้อมูลทั้งสิ้น ในมุมของประเทศไทย เราต้องเอาเรื่องนี้มาเป็นจุดแข็ง เพื่อต่อยอดไปสู่เรื่อง Cloud Service เช่น การใช้บริการ Data Center ในประเทศไทย ซึ่งสามารถใช้บริการได้เร็วขึ้น ก็ต้องมาดูว่าจะทำอย่างไรเพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนผ่าน BOI แต่คนไทยต้องได้ใช้ถูกลง ส่วนเรื่องน้ำ-ไฟ ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐาน ต้องยอมรับว่า Data Center ทั่วโลกใช้น้ำและไฟเยอะ ก็ต้องมาวางยุทธศาสตร์ BOI จะต้องไม่กระทบ หรือมาแย่งไฟ แย่งน้ำในเมืองไทย และต้องมาช่วยเสริมด้วยซ้ำ เช่น อาจจะมีการปลดล็อก Direct PPA ให้เขาช่วยทำพลังงานสะอาด ต้องทำให้เกิดการลงทุนควบคู่กันไป หรืออาจจะดึงคำขอใช้น้ำ-ไฟมาไว้ที่ BOI ที่เดียว นี่คือหนึ่งในมิติที่จะมีการทบทวนเรื่องยุทธศาสตร์ Data Center" รองนายกฯ และ รมว.คลัง ระบุ

*เร่งกำจัดจุดอ่อน เปลี่ยนผ่านพลังงานไทย-ทักษะแรงงาน

สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2569 นั้น นายเอกนิติ ระบุว่า แม้ตัวเลข GDP ในปีนี้ ไม่ได้เป็นเป้าหมายสำคัญของรัฐบาล แต่ก็เป็นภารกิจที่รัฐบาลจะต้องเร่งบริหารจัดการเศรษฐกิจให้เติบโตดีขึ้น และต้องโตมากกว่า 2% ขณะที่ในภาพรวมนั้น รัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญแค่ภาพการเติบโตของเศรษฐกิจระยะสั้นเท่านั้น แต่หัวใจสำคัญ คือ การรักษาจุดแข็งในเรื่องเสถียรภาพของประเทศ และเร่งกำจัดจุดอ่อน คือ การเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพราะวันนี้ไทยยังเป็นประเทศที่มีการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศค่อนข้างสูง สะท้อนจากดุลบัญชีเดินสะพัดจากเดิมที่เป็นบวก แต่ปัจจุบันกลับมาติดลบ ตั้งแต่เกิดวิกฤตพลังงาน

พร้อมกันนี้ ยังต้องเร่งกำจัดจุดอ่อนเรื่องทักษะแรงงาน เรื่องกฎกติกาในภาคการลงทุนที่เป็นอุปสรรคกับนักลงทุน และภาคธุรกิจ ควบคู่ไปกับการเสริมจุดแข็งต่าง ๆ ที่ไทยมี รวมถึงกรณีที่บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่มองภาพเศรษฐกิจไทยดีขึ้น

"ตรงนี้ ถือเป็นกำลังใจ ขณะเดียวกันบริษัทเหล่านั้นก็มีการตั้งข้อสังเกต ซึ่งไทยต้องเก็บเอาตรงนั้น มาเป็นการบ้าน โดยการเปลี่ยนกำลังใจให้เป็นการบ้าน และมุ่งทำงาน โดยเป้าหมายสำคัญของรัฐบาลในขณะนี้ คือใน 4 ปี จะยกระดับประเทศเพิ่มขึ้นได้อย่างไร" นายเอกนิติ กล่าว

ด้าน นายสันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยเฉพาะด้านอุตสาหกรรมที่สำคัญมาก ๆ ซึ่งต้องตั้งโจทย์ให้ถูก ไม่ใช่แค่การตั้งคำถามว่าจะเอาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ Data Center หรือ EV มาเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตใหม่หรือไม่ โดยมองว่าอุตสาหกรรมเหล่านี้ จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจแบบตัว K (K-Shaped) เฉพาะ K ขาบนเท่านั้น คำถามสำคัญ คือ จะทำอย่างไรให้คนไทยมาเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมอนาคตนี้ให้ได้ และทำอย่างไร ให้อุตสาหกรรมที่อัปเกรดนี้ เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจไทยหลังจากนี้ให้ได้ นี่คือโจทย์สำคัญของรัฐบาล

"ที่ผ่านมา กระทรวงการคลังพยายามทำเรื่องเหล่านี้ ผ่านกลไกของ BOI และคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ที่จะมีการประชุมในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ เพราะหากเราตั้งโจทย์ได้ถูกต้องว่า ถึงอย่างไรโลกก็จะไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคตแน่นอน ไทยก็ต้องเอาตัวเองให้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของสมการนั้นให้ได้ ไม่อย่างนั้น เราจะยิ่งหลุดขบวน" นายสันติธาร กล่าว

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ