นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวถึงหารือทวิภาคีกับนาง Ekaterina Zaharieva กรรมาธิการยุโรปด้านสตาร์ทอัพ การวิจัย และนวัตกรรม (European Commissioner for Startups, Research and Innovation) เพื่อยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและสหภาพยุโรป (EU) ในด้านสตาร์ทอัพ การวิจัย และนวัตกรรม
ทั้งนี้ ได้มีการหารือแนวทางเชื่อมโยงประเทศไทยเข้ากับบริษัทเทคโนโลยีของยุโรป เพื่อดึงดูดให้กลุ่มบริษัทเหล่านี้เข้ามาลงทุน ปรับใช้ และต่อยอดเทคโนโลยีในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน โดยนายยศชนันได้นำเสนอความพร้อมของไทย ในการเป็นฐานที่มั่นที่เหมาะสมสำหรับการขยายธุรกิจและงานวิจัยของบริษัทยุโรปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในโอกาสนี้ ทางกรรมาธิการยุโรปฯ ได้เชิญประเทศไทยส่งคณะผู้แทนเดินทางไปยังสภานวัตกรรมยุโรป (European Innovation Council EIC) เพื่อศึกษาและเรียนรู้รูปแบบการสนับสนุนการเติบโตของกลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัพ ตลอดจนนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูงของยุโรป เพื่อนำมาปรับใช้ต่อไป
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยจะเข้าร่วมโครงการ Horizon Europe ในฐานะประเทศสมาชิกสมทบ (Associated Country) ภายในปี 71 ซึ่งโครงการดังกล่าว ถือเป็นโปรแกรมหลักด้านการวิจัยและนวัตกรรมของสหภาพยุโรปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุมตั้งแต่งานวิจัยพื้นฐานไปจนถึงนวัตกรรมที่พร้อมต่อยอดสู่ตลาด
ทั้งนี้ หากไทยได้เข้าร่วมโครงการ จะได้รับสิทธิประโยชน์อย่างเต็มรูปแบบเทียบเท่าประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป เป็นการเปิดโอกาสให้มหาวิทยาลัยและนักวิจัยไทยสามารถเข้าถึงแหล่งทุนวิจัยและเครือข่ายระดับโลกได้กว้างขวางยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ทางกรรมาธิการยุโรปฯ ยังได้เชิญเข้าร่วมการประชุมระดับนานาชาติด้านเศรษฐกิจชีวภาพในเดือนตุลาคมนี้ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและหาความร่วมมือใหม่ๆ ระหว่างไทยกับพันธมิตรทั่วโลก รวมไปถึงคำเชิญให้ไทยเข้าร่วมโครงการ OceanEye ในการร่วมสร้างแบบจำลองระบบมหาสมุทรดิจิทัล เพื่อใช้ติดตาม วิเคราะห์ และบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเล
"โครงการ OceanEye ถือว่าสอดคล้องกับจุดแข็งของประเทศไทยที่มีความโดดเด่นด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ รวมถึงประสบการณ์ในการบริหารจัดการพื้นที่ชายฝั่งเป็นอย่างมาก" นายยศชนัน กล่าวนายยศชนัน ย้ำว่า การหารือทวิภาคีในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความสัมพันธ์ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป ถือเป็นการเปิดประตูสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมในอีกหลายมิติ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และผลักดันการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนบนเวทีโลกต่อไป