น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ล่าสุดกระทรวงมหาดไทยร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการตรวจสอบและปราบปรามการลักลอบใช้ไฟฟ้าเพื่อขุดเหมืองเงินดิจิทัลอย่างจริงจัง โดยได้เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายจำนวน 14 จุด ใน 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดยโสธร จังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดมหาสารคาม
ผลการตรวจสอบพบการกระทำผิดในลักษณะดัดแปลงมิเตอร์ไฟฟ้าและลักลอบใช้ไฟฟ้าโดยไม่ผ่านมิเตอร์ เพื่อนำกระแสไฟฟ้าไปใช้กับเครื่องขุดเหมืองเงินดิจิทัล ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของระบบจำหน่ายไฟฟ้า
โดยเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดเครื่องขุดเหมืองเงินดิจิทัลได้รวมทั้งสิ้น 315 เครื่อง และประเมินมูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 40.38 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าปรับกรณีละเมิดการใช้ไฟฟ้าจำนวน 5.38 ล้านบาท และค่าปรับปรุงหน่วยไฟฟ้าประมาณ 35 ล้านบาท โดยกฟภ.ได้รวบรวมพยานหลักฐานและแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกรายแล้ว
น.ส.ลลิดา กล่าวว่า การลักลอบใช้ไฟฟ้าเพื่อขุดเหมืองเงินดิจิทัลไม่เพียงเป็นการกระทำผิดกฎหมาย แต่ยังส่งผลให้เกิดการสูญเสียพลังงานไฟฟ้าของประเทศ กระทบต่อประสิทธิภาพของระบบไฟฟ้า และสร้างภาระต้นทุนแก่ประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าที่ปฏิบัติตามกฎหมาย รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการปราบปรามการกระทำในลักษณะดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
"รัฐบาลจะเดินหน้าบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบและปราบปรามการลักลอบใช้ไฟฟ้าในทุกรูปแบบอย่างจริงจัง ควบคู่กับการพัฒนาระบบตรวจสอบการใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อรักษาความมั่นคงด้านพลังงาน สร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศ และปกป้องผลประโยชน์ของรัฐในระยะยาว" น.ส.ลลิดา กล่าว