คมนาคม เล็งออก TFF ราว 2 แสนลบ.ภายใน 2 ปี ใช้ซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้า

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday June 23, 2026 08:42 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

กระทรวงคมนาคม จับมือกระทรวงการคลัง เล็งระดมทุนกว่า 2 แสนล้านบาท ผ่านกองทุนไทยแลนด์ ฟิวเจอร์ ฟันด์ (TFF) เพื่อใช้ซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้าทุกสายกลับมาเป็นของรัฐ (Single Ownership) หวังปลดล็อกโครงสร้างราคา โดยมองว่าการระดมทุนผ่าน TFF จะไม่ส่งผลกระทบต่อกรอบหนี้สาธารณะ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังมีข้อจำกัดด้านภาระหนี้สาธารณะ จึงยังไม่สามารถดำเนินการซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้าทุกสายได้ในทันที ทำให้ต้องเริ่มจากการผลักดันระบบตั๋วร่วมเป็นเฟสแรกก่อน

สำหรับแผนงานในระยะต่อไป กระทรวงคมนาคมจะหารือร่วมกับกระทรวงการคลังเพื่อกำหนดรูปแบบการระดมทุนและวงเงินที่เหมาะสม คาดว่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปีครึ่งถึง 2 ปี ก่อนจะเข้าสู่เฟสที่ 2 คือการซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ โดยการระดมทุนผ่านกองทุนไทยแลนด์ ฟิวเจอร์ ฟันด์ (Thailand Future Fund ) ซึ่งมีวงเงินการเบื้องต้นประมาณกว่า 2 แสนล้านบาทซึ่งมั่นใจว่า การระดมทุนที่มีผลตอบแทนที่ดีก็จะมีผู้ที่จะเข้ามาซื้อกองทุนนี้ และไม่จำเป็นต้องรอจนสัญญาสายสีเขียวของบมจ. ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) หมดในปี 2572 ก็ได้ เพราะหากกระบวนการ TFF ระดมทุนเสร็จเมื่อไหร่ก็ซื้อตอนนั้น โดยคำนวณระยะเวลาที่สัญญาเหลือจ่ายคืนไป

จากนั้นจะขยายไปถึงการโดยสารรถเมล์ ซึ่งจะเริ่มหลังจาก องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร (ขสมก.) รับมอบรถโดยสาร EV ตั้งแต่เดือนมี.ค. 2570 เป็นต้นไป รวมไปถึงเรือโดยสาร โดยจะเจรจากับผู้ประกอบการต่อไป

ส่วนในเฟสแรก รัฐจะใช้มาตรการอัตราค่าโดยสารร่วมที่ 17-45 บาทต่อเที่ยวการเดินทางไปก่อน ซึ่งตั้งเป้าหมายเริ่มใช้ได้ตั้งแต่ปี 2570 โดยสิ่งที่ต้องเร่งทำตอนนี้ คือ การโอนสิทธิ์การจัดเก็บค่าโดยสารของรถไฟฟ้าทุกสายมาให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เพื่อเป็นผู้จัดเก็บค่าโดยสาร ซึ่งจะรวมถึงรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ด้วย และจัดทำระบบหลังบ้าน จัดการเคลียร์ริ่งเงินค่าโดยสารให้ผู้ประกอบการ การเคลียร์เงินค่าโดยสารส่วนเกินให้ผู้เดินทางภายใน 1-3 วัน จะต้องพยายามให้ทันภายในสิ้นปีนี้

นายพิพัฒน์ ยอมรับว่า ในช่วงเริ่มต้นของมาตรการค่าโดยสารร่วม 17-45 บาท ต้องมีการอุดหนุนหรือชดเชยรายได้ให้ผู้ประกอบการผ่านกองทุนตั๋วร่วม โดยจะใช้ผลตอบแทนจากรายได้ของ รฟม.เป็นแหล่งเงินหลัก ขณะเดียวกันรัฐบาลยังอยู่ระหว่างเจรจากับผู้ประกอบการเรื่องการแบ่งปันรายได้ (Revenue Sharing) จากจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นจากนโยบายดังกล่าว โดยพิจารณาสัดส่วนเบื้องต้นที่ 5-10% หรือมากกว่านั้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ในส่วนของรถไฟฟ้าสายสีเขียว ที่ BTS รับสัมปทานที่ปัจจุบันใช้บัตรแรบบิทเป็นหลัก รัฐกำลังพิจารณาจัดหางบประมาณมาปรับปรุงระบบให้รองรับการจ่ายเงินแบบ EMV หรือ QR Code เพื่อให้สอดรับกับนโยบายค่าโดยสาร 17-45 บาท


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ