นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 33.14 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากช่วง เช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 32.98 บาท/ดอลลาร์
ระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 32.95 - 33.20 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบ 1 ปีนับตั้งแต่พ. ค.68 และเป็นการอ่อนค่าสุดในภูมิภาค ซึ่งเป็นผลมาจากตลาดมองว่ามีโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายได้ อย่างน้อย 1 ครั้งภายในปีนี้ จึงมีส่วนให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น ประกอบกับราคาทองคำวันนี้ดิ่งลงแรง ยิ่งเป็นปัจจัย กดดันให้เงินบาทอ่อนค่า
"วันนี้เงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบ 1 ปี เพราะตลาดเชื่อว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งในปีนี้ จึงทำให้ดอลลาร์แข็งค่า บวกกับทองคำดิ่งลงแรง ยิ่งกดดันให้บาทอ่อนลง และอ่อนค่าสุดในภูมิภาค" นักบริหารเงิน ระบุ
ส่วนการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันพรุ่งนี้ ตลาดคาดว่า กนง.ยังคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 1% และจะจับ ตาการประเมินภาพรวมทิศทางเศรษฐกิจไทยปีนี้
นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.95 - 33.25 บาท/ดอลลาร์
- ปัจจัยสำคัญ
- เงินเยน อยู่ที่ระดับ 161.41 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 161.56 เยน/ดอลลาร์
- เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1410 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1420 ดอลลาร์/ยูโร
- ดัชนี SET ปิดที่ 1,540.90 จุด ลดลง 33.23 จุด (-2.11%) มูลค่าซื้อขาย 114,176.66 ล้านบาท
- สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 14,785.15 ล้านบาท
- คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะประชุมเพื่อพิจารณากำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ในวันพรุ่งนี้ (24 มิ.ย.)
- ธนาคารเอชเอสบีซี (HSBC) คาดการณ์ว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00%
- ดอยซ์แบงก์ (Deutsche Bank) ปรับลดคาดการณ์ราคาทองคำลงมากถึง 22% โดยระบุว่า นักลงทุนมีความกังวลมากขึ้น
- ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) เตือนว่า แนวโน้มเศรษฐกิจของยูโรโซนยังคงไม่แน่นอน โดยอัตราเงินเฟ้อเผชิญกับ
- ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขาชิคาโกกล่าวว่า ยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ และตั้งคำถาม
- ทางการจีน ระบุว่า เม็ดเงินไหลเข้าจากต่างชาติของจีน ยังมีมูลค่าสูงกว่าเงินทุนไหลออกโดยภาพรวมในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่าน
- รมว.คลังญี่ปุ่น เผยหารือกับ รมว.คลังสหรัฐ เกี่ยวกับประเด็นค่าเงิน โดยระบุว่าญี่ปุ่นและสหรัฐฯ มีความเข้าใจที่ตรงกัน
- คืนพรุ่งนี้ สหรัฐฯ จะมีการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนรายสัปดาห์, ดัชนีผู้จัดการ
ฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นต้นเดือนมิ.ย. และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นต้นเดือนมิ.ย.