ผู้ว่า ธปท.ส่งสัญญาณตรึงดอกเบี้ยฟื้นเศรษฐกิจ ชี้บาทอ่อนตามภูมิภาคไร้สัญญาณเงินไหลออกผิดปกติ

ข่าวเศรษฐกิจ Friday June 26, 2026 17:35 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยืนยันว่า ณ วันนี้ยังไม่มีความคิดจะขึ้นดอกเบี้ย หลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% หลังจากปรับลดมาแล้ว 2 ครั้ง ในช่วงปลายปีที่ผ่านมาและเดือน ก.พ.69 โดยจะพิจารณาตามข้อมูลจริง (Data-driven) หากไม่มีความจำเป็นก็ไม่อยากปรับขึ้นเพราะจะกระทบเศรษฐกิจ โดยอัตราดอกเบี้ยของไทยถือว่าต่ำเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากสวิตเซอร์แลนด์ ทำหน้าที่ประคับประคองเศรษฐกิจและเพิ่มรายได้ให้คนไทย

"ยืนยันว่า ณ วันนี้ยังไม่มีความคิดจะขึ้นดอกเบี้ยในช่วงนี้ โดยจะพิจารณาตามข้อมูลจริง (Data-driven) หากไม่มีความจำเป็นก็ไม่อยากปรับขึ้นเพราะจะกระทบเศรษฐกิจ"นายวิทัย กล่าว

นายวิทัย กล่าวว่า แม้ราคาน้ำมันจะกดดันให้เงินเฟ้อสูงขึ้นในระยะสั้น ซึ่งคาดว่าสูงสุดช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย. นี้ แต่เชื่อว่าจะลดลงในเดือน เม.ย.ปี 70 โดยคาดว่าเงินเฟ้อปีนี้เฉลี่ยไม่เกิน 3% อยู่ที่ 2.8% และปี 70 จะอยู่ที่ประมาณ 1.4%

*บาทอ่อนค่าตามพื้นฐานเศรษฐกิจ สอดคล้องภูมิภาค

สำหรับค่าเงินบาทที่ปัจจุบันอ่อนค่า 5-6% นายวิทัย กล่าวว่า ยังเคลื่อนไหวสอดคล้องค่าเงินภูมิภาค เช่น อินโดนีเซีย อ่อนค่ามากถึง 8% ซึ่งเป็นไปตามเทรนด์โลกจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ โดยยืนยันว่าไม่มีเงินทุนไหลออกผิดปกติ และประเทศไทยก็มีทุนสำรองสูงถึง 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีหนี้ระยะสั้นจำกัด

"ในปีที่ผ่านมาเงินบาทแข็งค่ามาก ผู้ส่งออกก็ไม่สบายใจ แต่วันนี้อ่อนค่าก็คิดว่าอยู่ระดับที่เป็นไปตามเทรนด์ของตลาด ถ้าถามว่าอ่อนค่าเพราะอะไร ส่วนหนึ่งก็มาจากแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐ ก็จะเห็นว่าแนวโน้มของเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น เป็นทิศทางลักษณะนี้ แต่ยืนยันยังไม่มีการไหลออกของเงินทุนเคลื่อนย้ายที่ผิดปกติ ตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ยังดี ต่างชาติมองมีเสถียรภาพ ทำให้เงินทุนยังคงไหลเข้าอยู่"

นายวิทัย กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้คาดว่าจะขยายตัวได้ 2.3% ถือว่าสูงสุดในตลาดตอนนี้ เพราะการส่งออกยังขยายตัวได้ดี ซึ่งปีนี้คาดเติบโตสูงถึง 14% เป็นผลจากพื้นฐานเศรษฐกิจ ไม่ใช่การตั้งใจทำให้บาทอ่อนเพื่อเอื้อการส่งออก

ทั้งนี้ ธปท. กำลังเร่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฉุดรั้ง GDP ของไทยที่ยังขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ โดยเน้นการกำจัดช่องว่างทางกฎหมายและเศรษฐกิจใต้ดิน ซึ่งที่ผ่านมาได้ออกมาตรการควบคุมทองคำ จัดระเบียบการเทรดทองที่ไม่ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและมักถูกใช้เป็นช่องทางฟอกเงิน

นายวิทัย กล่าวว่า ธปท.เข้มงวดกับการถอนเงินสดเกิน 5 ล้านบาท ซึ่งขณะที่ลดปริมาณการถอนเงินสดรายใหญ่ลงได้แล้วถึง 35% และการจัดการบัญชีม้า ยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบและปิดบัญชีที่ต้องสงสัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อตัดวงจรทุจริตและการพนันออนไลน์

สำหรับกรณีธุรกิจ Forex ที่เป็นกระแสข่าวอยู่ในเวลานี้ นายวิทัย ยืนยันว่า ธปท.ยังไม่มีนโยบายอนุญาตให้รายย่อย(ประชาชน) ซื้อขาย หรือเทรด Forex (FX) เพื่อเก็งกำไร เนื่องจากมองว่าไม่มีประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ ส่วนกรณี Payment Gateway บริษัทที่ได้รับใบอนุญาตต้องเข้มงวดเรื่องการตรวจสอบร้านค้า (Merchant Due Diligence) หากพบความบกพร่องหรือกระทำผิดกฎหมาย ธปท.พร้อมสั่งปรับหรือถอนใบอนุญาตทันที

ขณะเดียวกันในเรื่องการใช้เงินหยวนซื้อขายในประเทศไทย ผ่าน QR Code Payment โดยเน้นย้ำว่าการชำระเงินผ่าน QR Code ในไทยต้องมีการ Convert เป็นสกุลเงินบาทเสมอ หากพบกรณีที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ จะต้องมีการตรวจสอบและสั่งปิดช่องทางดังกล่าว


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ