คลังเคาะแล้ว! เปิด 3 แผนเงินกู้แก้วิกฤตพลังงาน เน้นลดใช้ฟอสซิล-หนุนใข้รถ EV-เทรนนิ่งแรงงาน

ข่าวเศรษฐกิจ Saturday June 27, 2026 10:46 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

กระทรวงการคลังเตรียมเดินหน้าใช้เงินกู้แก้วิกฤตพลังงานปี 2569 เคาะแผนงานหลักๆ ออกเป็น 3 เรื่อง เพื่อพาประเทศไทยเข้าสู่ยุคพลังงานสะอาด ได้แก่ 1. ลดการใช้น้ำมันและถ่านหิน เปลี่ยนมาติดโซลาร์เซลล์ในชุมชนเพื่อช่วยประหยัดค่าไฟ ลดก๊าซเรือนกระจก 2. หนุนใช้รถ EV โดยจะเปลี่ยนรถของภาครัฐและรถสาธารณะ รวมถึงประชาชนมาเป็นรถไฟฟ้า พร้อมเพิ่มสถานีชาร์จให้ทั่วถึง และ 3. ติวเข้มแรงงาน เปิดหลักสูตร Upskill/Reskill ให้ประชาชนและคนทำงานพร้อมรับอาชีพยุคใหม่จากการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังตั้งทีมผู้เชี่ยวชาญที่มี"กุลิศ สมบัติศิริ" เป็นประธาน มาคอยช่วยตรวจเช็กทุกโครงการอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าเงินกู้ก้อนนี้จะถูกใช้ย่างโปร่งใส คุ้มค่า และแก้ปัญหาเรื่องพลังงานได้จริง

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 (คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ฯ) ครั้งที่ 3/2569 ซึ่งมีนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน โดยการประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดกรอบแนวคิดสำหรับการพิจารณาแผนงานหรือโครงการกลุ่มที่ 2 ภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 (พระราชกำหนดฯ) ให้เกิดความโปร่งใสและเป็นไป ตามหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นกรอบแนวทางในการพิจารณาเสนอแผนงาน/โครงการ ของส่วน

ราชการและใช้ประกอบการพิจารณากลั่นกรองโครงการต่อไป มีรายละเอียด ดังนี้

แผนงานที่ 2.1 แผนงาน โครงการ หรือกิจกรรมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการลดใช้พลังงานฟอสซิล การใช้เทคโนโลยีเพื่อให้การใช้พลังงานมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนและพลังงาน ทางเลือก ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิต โดยมีกรอบแนวคิดการพิจารณาแผนงานหรือ โครงการ ดังนี้

1. เป็นแผนงานหรือโครงการที่ช่วยลดการใช้พลังงานฟอสซิลได้ทันทีลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน ฟอสซิลจากต่างประเทศ ช่วยบรรเทาผลกระทบด้านราคาพลังงานให้ภาคส่วนต่าง ๆ เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน ลดความเข้มข้นของการใช้พลังงาน และเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน

2. มีการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพื่อใช้เอง (Self - Consumption) หรือ ในระดับชุมชน (Smart Grid / Microgrid)

3. มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ควบคุมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

4. สามารถตรวจวัดหรือพิสูจน์ผลปริมาณการลดก๊าซเรือนกระจกที่ชัดเจน

5. เป็นแผนงานหรือโครงการพัฒนาหรือปรับปรุงระบบไฟฟ้าเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกที่จะมีมากขึ้น

แผนงานที่ 2.2 เป็นแผนงานหรือโครงการปรับเปลี่ยนยานพาหนะจากเครื่องยนต์สันดาปภายในไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือยานพานะพลังงานสะอาดอื่น การลงทุนหรือสนับสนุนการติดตั้งสถานีบรรจุไฟฟ้า สถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ หรือโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ โดยมีกรอบแนวคิดการพิจารณาแผนงานหรือโครงการ ดังนี้

1. เป็นแผนงานหรือโครงการปรับเปลี่ยนยานพาหนะของภาครัฐ/สาธารณะ/ประชาชน จากเครื่องยนต์สันดาปภายในไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือยานพาหนะพลังงานสะอาดอื่น

2. มีการลงทุนหรือสนับสนุนการติดตั้งสถานีบรรจุไฟฟ้า สถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ หรือโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ซึ่งสนับสนุนการใช้ยานยนต์พลังงานสะอาด

3. มีการใช้เทคโนโลยีของสถานีชาร์จหรือยานพาหนะรองรับการบริหารจัดการพลังงานอย่างชาญฉลาด

แผนงานที่ 2.3 เป็นหลักสูตรหรือแนวทางการพัฒนาทักษะ (Upskill/Reskill) ให้แก่ประชาชน แรงงาน หรือผู้ประกอบการ เพื่อรองรับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ยุคพลังงานสะอาด เพื่อให้การพิจารณากลั่นกรอง แผนงาน/โครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ภายใต้พระราชกำหนดฯ ที่จะช่วยแก้ไข ปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ

นอกจากนี้คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ฯ ได้มีมติเห็นชอบ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อทำหน้าที่พิจารณากลั่นกรองความเหมาะสมของโครงการภายใต้พระราชกำหนดฯ โดยมีนายกุลิศ สมบัติศิริ เป็นประธานอนุกรรมการ มีผู้ทรงคุณวุฒิเป็นอนุกรรมการประกอบด้วย นายชาญวิทย์ อมตะมาทุชาติ นางธิดา พัทธธรรม นายประเสริฐศักดิ์ เชิงชวโน และมีผู้แทนจากหน่วยงานราชการต่าง ๆ ได้แก่ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติสำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน และสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน

โดยมีหน้าที่และอำนาจในการจัดทำกรอบแนวคิดและแนวทางการพิจารณาโครงการที่มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพ รองรับการเปลี่ยนผ่านการพึ่งพิงการใช้พลังงานฟอสซิลไปสู่การใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก รวมทั้งพิจารณากลั่นกรองความเหมาะสมของโครงการและวงเงินของโครงการภายใต้พระราชกำหนดฯ

ทั้งนี้ เพื่อให้การใช้จ่ายเงินกู้เกิดประโยชน์สูงสุด คุ้มค่า โปร่งใส ตรวจสอบได้ และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาด้านพลังงานของประเทศอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน โดยยึดหลักความจำเป็น ความพร้อม ความคุ้มค่า และผลสัมฤทธิ์ เพื่อให้ทุกโครงการตอบโจทย์การแก้ไขวิกฤตการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศอย่างแท้จริง


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ