แบงก์ออฟอเมริกาเผยกำไร Q1 ลดลง, มอร์แกนสแตนลีย์ขาดทุน แต่ยังดีกว่าคาด

ข่าวต่างประเทศ Thursday April 19, 2012 21:45 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

แบงก์ ออฟ อเมริกา ธนาคารรายใหญ่อันดับ 2 ของสหรัฐ เปิดเผยว่า ผลกำไรสุทธิในไตรมาสแรกอยู่ที่ 653 ล้านดอลลาร์ หรือ 3 เซนต์ต่อหุ้น ลดลงจาก 2.05 พันล้านดอลลาร์ หรือ 17 เซนต์ต่อหุ้นในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับหนี้ อย่างไรก็ดี ผลกำไรที่ลดลงดังกล่าวยังดีกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ ขณะที่แบงก์ ออฟ อเมริกา ก็ระบุว่า ธุรกิจของธนาคารกำลังปรับตัวดีขึ้น

หากไม่รวมการปรับมูลค่าหนี้ หรือ รายการที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ผลกำไรไตรมาสแรกของแบงก์ ออฟ อเมริกา จะเพิ่มขึ้นประมาณ 40% มาอยู่ที่ 3.7 พันล้านดอลลาร์ หรือ 31 เซนต์ต่อหุ้น

สำหรับรายได้ในช่วงสามเดือนแรกของปี 2555 อยู่ที่ 2.25 หมื่นล้านดอลลาร์ เทียบกับ 2.71 หมื่นล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

ไบรอัน มอยนิแฮน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแบงก์ ออฟ อเมริกา กล่าวว่า ธุรกิจของธนาคารแข็งแกร่งขึ้น เนื่องจากทุนสำรองเพิ่มขึ้น และความสามารถในการทำกำไรก็ปรับตัวสูงขึ้นนับตั้งแต่ไตรมาสก่อนหน้า

ด้านบรูซ ทอมป์สัน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน กล่าวว่า ธนาคารได้เพิ่มเงินกองทุนชั้นที่ 1 (Tier 1 capital) อีก 0.92% จากไตรมาสสี่ของปี 2554

เมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยว่า แบงก์ ออฟ อเมริกา ซึ่งเป็นหนึ่งในสถาบันการเงินขนาดใหญ่สุดของสหรัฐ ด้วยจำนวนลูกค้าราว 57 ล้านราย ได้ผ่านการทดสอบภาวะวิกฤต (stress test) ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มหันมาให้ความสนใจที่ความสามารถในการทำกำไรของธนาคาร แทนที่จะมุ่งเน้นไปที่ความต้องการเงินกองทุน

ขณะเดียวกันคู่แข่งของแบงก์ ออฟ อเมริกา อย่าง มอร์แกน สแตนลีย์ ซึ่งเป็นวาณิชธนกิจรายใหญ่ของสหรัฐ ได้รายงานผลประกอบการในวันนี้เช่นกัน ซึ่งปรากฏว่าขาดทุน 119 ล้านดอลลาร์ หรือ 6 เซนต์ต่อหุ้น ในไตรมาสแรก เทียบกับที่ทำกำไรได้ 736 ล้านดอลลาร์ หรือ 50 เซนต์ต่อหุ้นในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากค่าใช้จ่าย 2 พันล้านดอลลาร์ที่เกี่ยวกับหนี้ อย่างไรก็ดี ตัวเลขดังกล่าวยังดีกว่าการคาดการณ์

หากไม่รวมการตัดหนี้เสียหรือลดมูลค่าทรัพย์สินในบัญชี มอร์แกน สแตนลีย์ มีกำไร 1.4 พันล้านดอลลาร์ หรือ 71 เซนต์ต่อหุ้นในไตรมาสแรกปีนี้ เทียบกับ 1.1 พันล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว เนื่องจากรายได้จากการซื้อขายพันธบัตรพุ่งสูงขึ้น ขณะที่ธุรกิจบริหารความมั่งคั่งของธนาคารก็ปรับตัวดีขึ้น

สำหรับรายได้อยู่ที่ 6.9 พันล้านดอลลาร์ ลดลงจาก 7.6 พันล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว

ทั้งนี้ มอร์แกน สแตนลีย์ ผ่านการทดสอบภาวะวิกฤตในเดือนมี.ค.เช่นกัน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ