ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ตัดสินใจที่จะไม่ใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติมในการประชุมวันนี้ เนื่องจากมีสัญญาบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจภายในประเทศเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม บีโอเจได้ตัดสินใจใช้วิธีการปรับโครงการซื้อสินทรัพย์ โดยระบุว่า ความต้องการเงินกู้ดอกเบี้ยคงที่ปรับตัวลดลงในช่วงที่ผ่านมา
ทั่งนี้ บีโอเจได้ตัดสินใจลดยอดการปล่อยเงินกู้อัตราดอกเบี้ยคงที่ลง 5 ล้านล้านเยน และได้เพิ่มการซื้อหลักทรัพย์ระยะสั้นในวงเงินเท่ากันคือ 5 ล้านล้านเยน พร้อมกับคงขนาดโครงการซื้อสินทรัพย์โดยรวมที่ 70 ล้านล้านเยน ซึ่งการคงขนาดโครงการซื้อสินทรัพย์นี้ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของบีโอเจในการต่อต้านเงินฝืด
นอกเหนือจากการปรับโครงการซื้อสินทรัพย์แล้ว บีโอเจยังมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 0-0.1% และยังได้คาดการณ์ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) พื้นฐานซึ่งไม่นับรวมราคาอาหาร จะเพิ่มขึ้น 0.2% ในปีงบประมาณ 2555 ลดลงเมื่อเทียบกับที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนเม.ย.ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% และได้คงคาดการณ์ CPI พื้นฐานของปีงบประมาณ 2556 ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.7%
นอกจากนี้ บีโอเจคาดว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะขยายตัว 2.2% ในแง่ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ที่แท้จริง ในปีงบประมาณ 2555 ซึ่งลดลงจากที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนเม.ย.ว่าจะขยายตัว 2.3% และคาดว่าจีดีพีที่แท้จริงในปีงบประมาณ 2556 จะขยายตัว 1.7% ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากการคาดการณ์ครั้งก่อน