สื่อท้องถิ่นอินโดนีเซียเปิดเผยว่า ผลการสำรวจของธนาคารกลางอินโดนีเซียระบุว่า เศรษฐกิจที่รุ่งเรืองของอินโดนีเซียส่งผลให้ชนชั้นกลางมีฐานะร่ำรวยขึ้น โดยความมั่งคั่งสุทธิ ทรัพย์สิน รายได้และความสามารถในการจ่ายคืนเงินกู้ต่างก็เพิ่มขึ้น
ผลสำรวจเมื่อปี 2554 พบว่า ชนชั้นกลางคิดเป็นสัดส่วน 60.9% ของชาวอินโดนีเซีย ในขณะที่กลุ่มประชากรที่มีรายได้สุทธิต่ำกว่า 20.4 ล้านรูเปียห์ (ประมาณ 2,162 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อปี มีจำนวน 22.1% ของจำนวนประชากรทั้งหมด และกลุ่มที่เหลือ 17% คือกลุ่มประชากรที่มีรายได้สูงกว่า 65.6 ล้านรูเปียห์
นางยูนิตา เรสมี ซารี รองผู้อำนวยการฝ่ายกำกับดูแลและวิจัยด้านการธนาคาร ของธนาคารกลางอินโดนีเซีย กล่าวว่า “การขยายตัวของภาคครัวเรือนได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยรวมที่ปรับตัวดีขึ้นและเงินเฟ้อที่สามารถจัดการได้ ขณะที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ที่ระดับสูงได้ช่วยสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจสำหรับประชาชน"
เธอกล่าวเพิ่มเติมว่า “ฐานะของภาคครัวเรือนที่ปรับตัวดีขึ้นได้ช่วยกระตุ้นการบริโภค ซึ่งได้กระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจด้วย"
อินโดนีเซีย นับเป็นประเทศเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีการพึ่งพาการบริโภคภายในประเทศมากกว่า 50% ดังนั้น ราคาที่มีเสถียรภาพจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการคงอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไว้ที่กว่า 6% เช่นในช่วง 2 ปีก่อน โดยในปีที่แล้ว อัตราเงินเฟ้อปรับตัวลดลงที่ 3.8% เมื่อเทียบกับเกือบ 7% ในปี 2553 สำนักข่าวซินหัวรายงาน